Content Planner เครื่องมือที่นักการตลาดควรรู้จัก

THAITOPSEO
THAITOPSEO
Content Planner เครื่องมือที่นักการตลาดควรรู้จัก

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การจะทำการตลาดของธุรกิจในปัจจุบัน ล้วนจำเป็นต้องพึ่งการตลาดออนไลน์ ซึ่งวิธีการทางการตลาดออนไลน์นั้นมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น Inbound Marketing หรือ Marketing Funnel ไม่ว่าธุรกิจจะใช้วิธีการทางการตลาดออนไลน์ด้วยวิธีไหน ล้วนต้องมีปัจจัยหลักที่เป็นเหมือนแกนกลางที่เรียกกันว่า Content (คอนเทนต์) ที่เป็นเนื้อหาอยู่ด้วยเสมอ ดังคำกล่าวที่กล่าวไว้ว่า “Content is King” ไม่ว่าจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จได้ ยังไงเราคงต้องพึ่งคอนเทนต์

ในมุมมองของธุรกิจที่ต้องการให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้นั้น ธุรกิจล้วนต้องมีแบบแผนการตลาดอย่าง Content Marketing สำหรับการทำสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตอยู่ด้วยเสมอ แต่เพียงแค่แผนการที่เป็นความคิดนั้นยังไม่สามารถตอบโจทย์ให้กับธุรกิจได้ ธุรกิจจึงต้องทำให้สิ่งเหล่านี้ให้สามารถลงมือทำได้จริง และตอบสนองได้ตรงจุด ตรงเวลา เพื่อก้าวเดินต่อไปได้ในเส้นทางของธุรกิจ
ด้วยเหตุนี้เองเหล่าธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการใช้งานการตลาดออนไลน์อย่าง Content Marketing Funnel เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านการสร้างเนื้อหา ควรจะใช้เครื่องมืออย่าง Content Planner ที่จะมาช่วยคุณให้สามารถวางแผนการตลาดให้เป็นจริงได้

Content Planner คืออะไร?

Content Planner คืออะไร


Content Planner / Content Planning คือ เครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ ที่จะมาช่วยให้แผนการทำการตลาดออนไลน์นั้นสำเร็จไปได้ด้วยดี โดยการทำงานเบื้องต้นของเครื่องมือจะเป็นการให้ธุรกิจกำหนดหัวเนื้อหาคอนเทนต์ที่ต้องการจะทำในแผนการตลาด และทำให้หัวข้อคอนเทนต์เหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมาได้
แน่นอนว่าในทุกวิธีการทำการตลาดออนไลน์ ล้วนต้องมีแบบแผนในการทำด้วยเสมอ และทุกขั้นตอนของแผนต้องพึ่งพาการทำเนื้อหาคอนเทนต์ไปด้วย แต่ปัญหาหลักใหญ่เวลาทำคอนเทนต์ คือมักจะคิดหัวข้อคอนเทนต์ หรือเนื้อหาที่ต้องการจะทำไม่ออก

แต่ด้วยการมาของเครื่องมือตัวนี้จะทำให้การต้องมานั่งระดมความคิดในหัวข้อคอนเทนต์ที่จะทำนั้นลดลงไปได้อย่างมาก อีกทั้งเครื่องมือตัวนี้ในขั้นตอนการทำงานจะอ้างอิงข้อมูลต่าง ๆ มากมายที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งนำเสนอหัวข้อคอนเทนต์ กำหนดระยะเวลาการทำและเวลาการเผยแพร่ รวมไปถึงช่องทางสำหรับการนำเสนอเนื้อหาให้เข้าถึงได้มากที่สุด เรียกได้ว่าครบจบในเครื่องมือเดียว


Content Planner สำคัญกับการตลาดออนไลน์อย่างไร?

Content-Planner-สำคัญกับการตลาดออนไลน์อย่างไร


ในการวางแผนการตลาดออนไลน์ มักมีความผิดพลาดที่พบเห็นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำเนื้อหาคอนเทนต์ที่ซ้ำกันบ้าง หัวข้อคอนเทนต์ไปซ้ำกับคนอื่น การวางแผนกำหนดการแต่ละอย่างที่ไม่ได้ตรงไปตามแผนบ้าง เนื่องจากการสื่อสารผิดพลาดภายในกันของทีม อย่างไรก็ดีเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ เครื่องมือตัวนี้สามารถช่วยได้ และยังมีส่วนช่วยในการทำประโยชน์เหล่านี้ให้กับทีมงานของธุรกิจได้เป็นอย่างดี

  1. ป้องกันปัญหาคอนเทนต์ซ้ำคนอื่นได้ ด้วยฐานข้อมูลที่แน่นของเครื่องมือ และการวางแผนอย่างดีจากตัวเครื่องมือ จะทำให้เราแน่ใจได้เลยว่าคอนเทนต์ในแผนการตลาดออนไลน์ที่เรากำลังทำอยู่นี้ไม่ได้ไปซ้ำกับคนอื่น หรือใครในทีมอย่างแน่นอน

  1. Workflows การทำงานได้อย่างราบรื่น ผลอันต่อเนื่องจากการวางแผนและป้องกันปัญหาคอนเทนต์ซ้ำ จะทำให้ทีมงานฝ่ายคอนเทนต์สามารถทำได้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  1. คอนเทนต์เนื้อหาทุกอันถูกปรับอย่างเหมาะสม ด้วยการวางแผนเนื้อหาคอนเทนต์จากตัวเครื่องมือ จะทำให้เราสามารถให้ความสนใจกับงานทุกชิ้นได้เป็นอย่างดี เพื่อให้งานเหล่านี้สามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับทุกคนได้

  1. การรักษากำหนดการที่ดี การทำงานที่ดี คือการทำงานตามแผนงานที่วางไว้ได้ ด้วยปฏิทินคอนเทนต์จากตัวเครื่องมือ จะทำให้ธุรกิจสามารถควบคุมและดูแลงานไม่ให้ซ้อนทับกันได้ จนเกิดปัญหางานล่าช้า หรืองานไม่มีคุณภาพอันเนื่องมาจากการต้องเร่งทำงาน


ด้วยประโยชน์เหล่านี้เองทำให้เครื่องมือตัวนี้มีความสำคัญกับทุกธุรกิจที่ต้องทำการตลาด และผลิตเนื้อหาคอนเทนต์มาตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ดีการจะทำให้ตัวเครื่องมือทำงานได้อย่างเต็มที่ ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างที่เป็นเหมือนดั่งกุญแจนำไปสู่ความสำเร็จ


องค์ประกอบสำคัญของ Content Planner


เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า Content Planner สามารถวางแผนงาน และสามารถทำให้แผนการตลาดออนไลน์นั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนั้น ต้องมีองค์ประกอบสำคัญเหล่านี้อยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นเครื่องมือตัวนี้จะสามารถทำงานได้ และแผนการตลาดอาจจะไปได้ไม่ดี

  1. Workflow ทีมงานผลิตคอนเทนต์ สิ่งนี้นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย เพราะคุณต้องมีทีมที่ผลิตคอนเทนต์มาให้ทันตามแผนงานที่กำหนดไว้

  1. ตารางกำหนดแผนการ ในทุกแผนงานย่อมต้องมีตารางและปฏิทินคอยกำหนดวันที่ทำ และวันที่ส่งงาน และตารางเหล่านี้ยังช่วยให้คุณสามารถติดตามการทำเนื้อหาคอนเทนต์ในแต่ละหัวข้อได้ นอกจากนี้ตัวตารางงานยังคอยบ่งบอกว่างานแต่ละชิ้น จะเผยแพร่เมื่อไร และในช่องทางใดด้วย

  1. ความเข้าใจที่ตรงกันเพื่อเตรียมความพร้อม ในส่วนประกอบนี้คือการทำให้ทีมและคนในที่ทำงาน เข้าใจแบบแผนการตลาดหรือเนื้อหางานที่จะทำอย่างครบถ้วน หากให้พูดง่ายเลยคือสื่อสารให้ตรงกันและเข้าใจกันในการทำงาน

  1. การสื่อสารในทีม ปัญหาหนึ่งที่มักทำให้งานออกมาไม่ดี คือไม่มีการสื่อสารในทีมที่มากพอ ดังนั้นการสื่อสารจึงถือว่าเป็นอีกกุญแจสำคัญหนึ่งที่จะทำให้การวางแผนเนื้อหา รวมไปถึงการทำเนื้อหาในงานแต่ละชิ้นนั้นออกมาดี นอกจากนี้การสื่อสารในทีมจะช่วยทำให้คุณเข้าใจด้วยว่าใครในแต่ละส่วนของทีม ทำงานตำแหน่งใด และหากมีปัญหาจุดไหนจะได้เข้าไปคุยสื่อสารได้อย่างตรงจุด

  1. การเผยแพร่เนื้อหา และการโปรโมต ขั้นตอนนี้อยู่ในส่วนของแผนการจะช่วยทำให้เนื้อหางานแต่ละชิ้นได้เข้าถึงผู้คนในช่องทางที่เหมาะสม เพื่อให้เข้าถึงได้และได้รับความสนใจมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากเนื้อหางานคุณเป็นวิดีโอ ช่องทางที่นำเสนอ อาจจะเป็น Facebook หรือไม่ก็ YouTube เป็นต้น

  1. การติดตามผลงาน ขั้นตอนสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ขั้นตอนนี้คือการติดตามผลงานที่เผยแพร่ออกไปแล้ว และสำรวจผลลัพธ์ที่ได้จากการเผยแพร่งาน โดยจะช่วยให้คุณรู้ได้ว่างานแต่ละชิ้นที่ถูกเผยแพร่ออกไปนั้นสามารถทำได้ดีพอไหม เข้าถึงผู้คนได้ที่ต้องการหรือไม่ และภาพรวมของแผนงานเป็นไปได้ด้วยดีหรือไม่


การใช้ Content Planner ให้คุ้มค่าที่สุด

การใช้ Content Planner ให้คุ้มค่าที่สุด


เดิมทีเครื่องมืออย่าง Content Planning นั้นสามารถช่วยวางแผนการงานเนื้อหาคอนเทนต์ให้คุณได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ในขั้นตอนระหว่างการดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ นั้นคุณควรต้องรู้และโฟกัสกับจุดประสงค์ของแผนการตลาดออนไลน์ให้เจาะจงและย่อยส่วนต่าง ๆ ให้เห็นภาพได้ชัดมากขึ้น
โดยดูว่าแต่ละงานของในแต่ละส่วนของแผนงานนั้นมีเนื้อหาโดยรวมไปในทิศทางใด ต้องการให้เนื้อหางานได้ผลลัพธ์แบบไหน หรือหากพูดให้เข้าใจได้ง่ายคือ ประเภทของเครื่องมือนี้จะขึ้นวัตถุประสงค์และขอบเขตของการใช้งานทางการตลาดออนไลน์ แบ่งเป็นดังนี้


1. Brand Awareness Plans

แผนเนื้อหาคอนเทนต์ที่กำลังมุ่งเน้นไปในเรื่องของการรับรู้ถึงแบรนด์ (Brand Awareness) นั้นคือคุณกำลังทำงานในส่วนบนสุดของการทำการตลาด เป้าหมายแรกที่จะทำคือให้ผู้คนรู้ว่ามีแบรนด์ธุรกิจ ที่มีสินค้าและบริการเหล่านี้อยู่ด้วย แน่นอนว่าการใช้แผนเนื้อหาแบบนี้มักจะเน้นการสร้างคอนเทนต์ที่ให้ความรู้แก่ผู้ชมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และธุรกิจของคุณ เพื่อให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรทำเนื้อหาที่มีภาษาหรือเน้นการขายที่มากเกินไป ควรแสดงคุณค่าและประโยชน์ให้พวกเขาดู และได้รู้จักจะได้ผลที่ดีกว่า


2. Keyword Plans

การวางแผนเนื้อหาสำหรับการใช้งาน Keywords เพื่อให้เว็บไซต์ที่ทำ SEO ได้ขึ้นไปติดอันดับบนผลการค้นหา (SERP) ของ Search Engine แบบแผนงานนี้มักจะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าตัว Keywords นั้นมีความสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะไม่ว่าธุรกิจไหนย่อมต้องมีหน้าเว็บไซต์เป็นของตนเอง หรือการสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ใด ก็ต้องมี Keywords เป็นตัวกำหนดทิศทางด้วย
แน่นอนว่าหากเนื้อหาคอนเทนต์ที่คุณสร้างขึ้นได้ไปติดอันดับแรก ๆ บนผลการค้นหา คงเป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อย ที่จะทำให้ผู้คนได้รู้จักกลุ่มแบรนด์ธุรกิจ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ด้วย อย่างไรก็ดีในแผนการนี้ควรใช้เวลาในการวิเคราะห์คู่แข่งให้ดีพอก่อน ใช้เวลาให้มากพอ และสิ่งสำคัญที่ต้องมีคือทีมนักวางแผน Keywords และเครื่องมือช่วยเหลืออย่าง Keyword Tools


3. Conversion Plans

Conversion Plans เป็นรูปแบบการวางแผนเนื้อหาที่เน้นในการสร้างคอนเทนต์เนื้อหาที่จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายลูกค้ามามีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่เราสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการกดคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหา การแสดงความคิดเห็น การลงชื่อสมัครใช้ หรือการขาย สิ่งเหล่านี้อะไรก็ได้ที่ลูกค้ามามีส่วนร่วมกับธุรกิจของเรานับว่าเป็น Conversion ทั้งหมด
โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ที่ถูกวางมาในแผนงานนี้มักจะเป็นเนื้อหาที่มักมีคำกระตุ้นการตัดสินใจ หรือคำเชิญชวนที่น่าอ่าน และเนื้อหาจะเจาะจงเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยการจะเพิ่ม Conversion ที่ดีได้คุณสามารถใช้งาน Landing Page หน้าเว็บไซต์ที่รวบรวมเนื้อหาหลายอย่างไว้ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับตัวลูกค้าได้ด้วย


ความแตกต่างของ Content Planner และ Content strategy

หลายคนมักคิดว่าสองตัวนี้เป็นสิ่งเดียวกัน แต่ไม่ใช่เลย หากให้เข้าใจได้ง่ายจะขออธิบายแบบแยกส่วนก่อนจะมาสรุปให้เข้าใจกัน Content strategy คือแนวคิด และโครงร่างทั้งหมดที่ต้องการจะให้แคมเปญทางการตลาดออนไลน์ทำงานได้ดีและบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ แต่ในอีกทางหนึ่งเครื่องมืออย่าง Content Planning คือการนำแนวความคิดข้างต้นเหล่านั้น มากำหนดขั้นตอนให้เป็นแบบแผนงานทางการตลาดที่เห็นภาพ และสามารถทำได้จริง
ซึ่งหากให้อธิบายง่าย ๆ เลยคือตัวคอนเทนต์ Strategy เป็นแค่เพียงแนวความคิด ที่ยังไม่ได้จับต้อง หรือมีการลงมือทำ เป็นความแนวความคิดของความต้องการทางการตลาดที่อยากจะให้สำเร็จ ซึ่งการจะทำให้สำเร็จได้นั้นก็ต้องพึ่งตัวของคอนเทนต์แพลนเนอร์ ที่จะมาช่วยวางรากฐานแบบแผนงานให้ความคิดเหล่านี้สามารถทำออกมาได้จริงนั้นเอง


บทสรุป Content Planner เครื่องมือทางการตลาดออนไลน์

หากให้สรุปและเข้าใจได้ง่าย Content Planner แล้วมันก็คือ เครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ ที่จะมาช่วยทำให้แนวคิดธุรกิจทำออกมาได้จริง โดยจะมีการวางแผนเนื้อหาการสร้างคอนเทนต์ มีปฏิทินที่คอยกำหนดตารางการทำ, เวลาเผยแพร่ และช่องทางในการนำเสนอที่เหมาะสมให้ครบพร้อม กล่าวได้นัยหนึ่งว่าเครื่องมือตัวนี้จะพร้อมจัดการให้ธุรกิจตั้งแต่ต้นจนจบ แต่อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญที่จะทำให้แผนของเครื่องมือตัวนี้เป็นจริงได้ คือทีมและบุคลากรทำงานในธุรกิจ รวมไปถึงการรู้ว่าจุดประสงค์ที่ต้องการในการทำการตลาดออนไลน์คืออะไร เพื่อที่จะทำให้แผนงานทางการตลาดออนไลน์นั้นสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Search
Categories