หลีกเลี่ยงการทำ 15 ข้อนี้ เพราะจะมีบทลงโทษโดย Google Penalty

THAITOPSEO
THAITOPSEO
หลีกเลี่ยงการทำ 15 ข้อนี้ เพราะจะมีบทลงโทษโดย Google Penalty

ครต่างก็รู้ดีว่า Google เป็นระบบ Search Engine ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และมีผู้คนเข้ามาทำเว็บไซต์กันอย่างมากมาย หลายเนื้อหา แต่การทำเว็บโดยเฉพาะยิ่งเว็บไซต์ที่ทำ SEO ผู้ทำเว็บต้องรู้อยู่แล้วว่าควรต้องทำสิ่งใด และไม่ทำสิ่งใดบ้างกับเว็บไซต์ แต่กับบางเว็บอาจจะยังไม่รู้ว่าหากคุณละเมิดกฏที่ทาง Google ได้ออกไว้ในการทำเว็บไซต์ คุณจะโดนบทลงโทษ Google Penalty ที่จะส่งผลเสียต่อเว็บของคุณอย่างร้ายแรง

Contents hide
หากเว็บไซต์คุณทำ 15 ข้อเหล่านี้จะโดน Google Penalty

Google Penalty คืออะไร?

Google Penalty คืออะไร


Google Penalty คือ บทลงโทษจากทาง Google ที่จะให้กับเจ้าของเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ เว็บไซต์ที่อาจจะสร้างอันตรายให้แก่ผู้ใช้งานหรือผู้เข้าชมเว็บ หรือหากให้เห็นภาพชัดก็คือเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ ที่ไม่สร้างประโยชน์อะไรให้แก่ผู้ใช้งาน ส่วนใหญ่เว็บไซต์ที่จะได้รับบทลงโทษจะมีมักจะมีการใช้งานลิงก์ (Link) ที่ไม่มีคุณภาพ, เนื้อหา Content ไม่มีประโยชน์, เว็บมีการซ่อนเนื้อหา หรือ เว็บมีเนื้อหาที่แอบใส่จำพวกมัลแวร์หรือซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์ เป็นต้น

เนื้อหาการลงโทษที่จะได้รับมีอยู่ 2 แบบคือ แบบเบาที่จะโดนคือ ลดอันดับการแสดงบนผลการค้นหา (SERP) เพื่อเป็นการดัดนิสัยและให้โอกาสกับเว็บไซต์ได้แก้ตัว และแบบหนักคือการแบนเว็บไซต์ไม่ให้ถูกเห็นอีกเลย โดยบทลงโทษที่จะโดน มักจะโดนแบบไม่รู้ตัวและไม่มีการบอกกล่าว หากคุณละเมิดกฏข้อห้ามจากทาง Google
นอกจากนี้ยังมีการให้ผู้ใช้งานบนโลกเว็บไซต์ได้เข้าไปแจ้งได้ หากเจอเว็บที่เข้าข่ายอันตรายหรือละเมิดกฏของทาง Google สามารถแจ้งได้ที่กับทาง Google Search Central



หากเว็บไซต์คุณทำ 15 ข้อเหล่านี้จะโดน Google Penalty

15 ข้อห้ามโดย Google Penalty

แนวทางที่ Google กำหนดให้กับการทำเว็บไซต์คือการเน้นในการสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ มีความน่าเชื่อถือ และคำนึงถึงในมุมมองของผู้ใช้งานเป็นหลัก เว็บไซต์ต้องไม่สร้างประสบการณ์เชิงลบหรือเป็นอันตรายกับผู้ใช้งาน ซึ่งหากคุณละเมิดสิ่งเหล่านี้ เว็บของคุณก็จะต้องได้รับผลลงโทษจาก Google Penalty ซึ่ง 15 ข้อห้ามที่ห้ามทำเด็ดขาดบนการเว็บไซต์ จะมีดังนี้


1. การปิดบังหน้าเว็บจริง

การปิดบังหน้าเว็บจริง คือ การนำเสนอหน้าเว็บที่ให้ผู้ใช้งาน (User) ได้เห็นอีกแบบหนึ่ง แต่กับตัวเก็บข้อมูลของ Google เห็นอีกแบบหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานเห็นเป็นเว็บพนัน แต่กับทาง Google Bot เห็นเป็นเว็บอาหารมังสวิรัติ เป็นต้น โดยส่วนมากเว็บไซต์ที่มีการปิดบังหน้าเว็บจริงมักจะเป็นเว็บที่มีเนื้อหาผิดกฏหมาย และมีเนื้อหาภายในที่ต้องการให้ผู้ใช้งานได้เห็นโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเว็บไซต์พนัน หรือเว็บไซต์สื่อลามกอนาจาร ที่ต้องการนำเสนอให้ผู้ใช้งานได้เห็นและเข้าเว็บได้ตามปกติ โดยไม่ถูกทาง Google จับได้


2. การใช้งาน Doorway

Doorway คือหน้าเว็บไซต์ที่สร้างมาเพื่อหลอกผู้ใช้งาน (User) หรือผู้เข้าชมเว็บให้เห็นหน้าเนื้อหาเป็นแบบหนึ่ง แต่กับ Google Bot ได้เห็นเนื้อหาอีกแบบหนึ่ง โดยมุ่งเน้นไปการที่ให้ Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์เพื่อเพิ่มยอดอันดับ แต่เนื้อหาภายในเว็บไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย วิธีการนี้มักนิยมใช้ในการทำ SEO สายเทา ยกตัวอย่างเช่น

  • การทำหน้าเว็บซ้ำกัน แต่เนื้อหาภายในดันเหมือนกัน
  • การเข้าหน้าเว็บไซต์หนึ่ง แต่เมื่อเลื่อนผ่านไป จะพาไปยังอีกหน้าเว็บที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • การสแปม Keyword บนหน้าเว็บไซต์ที่มากเกินไป หรือมีการซ่อน Keyword ไม่ให้ผู้ใช้งานเห็น แต่ Google Bot เห็น


3. เว็บไซต์ที่แอบใส่เนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

หากในหน้าเว็บไซต์มีเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน อย่างการใช้ช่องโหว่ความปลอดภัยของเว็บ ให้มีการสอดแทรกเนื้อหาที่ทำให้ผู้ใช้งานเป็นอันตราย เช่น การแอบติดตั้งเนื้อหาหรือใช้งานลิงก์ (Link) ที่พาผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย หรือมีการแอบติดตั้งไวรัสกับผู้ใช้งาน ซึ่งแน่นอนว่าการทำแบบนี้เป็นการละเมิดกฏของทาง Google อย่างชัดเจน


4. ข้อความและลิงก์ (Link) ที่แอบซ่อน

การให้ข้อความหรือลิงก์ (Link) แอบซ่อนจากหน้าเว็บไซต์ ถือว่าละเมิดกฏของทาง Google อยู่แล้ว เพราะเว็บที่ทำแบบนี้มักจะมีเนื้อหาที่ไม่มีคุณภาพ หรือเน้นแต่จำนวนเนื้อหา Keyword และลิงก์ให้ทาง Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูลเพื่อเพิ่มอันดับเว็บไซต์แต่เพียงอย่างใด ไม่ว่าจะเป็น

  • การใช้ข้อความสีขาว รวมกับพื้นหลังสีขาว
  • การซ่อนข้อความหลังรูปภาพ
  • การใช้ CSS เพื่อจัดตำแหน่งข้อความ ไม่ให้แสดงบนหน้าจอเว็บไซต์
  • การซ่อนลิงก์ โดยการลิงก์กับอักขระขนาดเล็กเพียงตัวเดียว ตัวอย่างเช่น –


วิธีการเหล่านี้ทำให้ Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูลและเพิ่มอันดับเว็บได้ง่าย แต่จะถูกทาง Google จับได้ง่าย และถูกลงโทษได้เช่นกัน


5. การใช้ Keyword ในทางที่ผิด

การใช้ Keyword ในทางที่ผิดคือการใช้งานเหล่าตัวเลข หรือ Keyword ที่ไม่ตรงกับเนื้อหา เพื่อเพิ่มยอดอันดับเว็บไซต์บนผลการค้นหา (SERP) ของ Google โดยลักษณะการใช้งาน Keyword ที่ผิดจะมี

  • เบอร์มือถือโทรศัพท์ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใด ๆ บนหน้าเว็บ

  • การใช้ Keyword ข้อความที่เป็นชื่อเมือง หรือภูมิภาคที่หน้าเว็บไซต์ เพื่อไต่อันดับบนผลการค้นหา

  • การใช้คำที่ซ้ำกัน จนดูเหมือนการสแปม (Keyword Stuffing) และดูไม่มีความเป็นธรรมชาติทางภาษา เช่น Keyword คือ “หนังสือ” ข้อความที่เขียนลงไป เช่น “หนังสือคือชีวิต หนังสือคือพลัง หนังสือคือหนังสือ และหนังสือก็ยังเป็นหนังสืออยู่วันยังค่ำ”



6. การสแปมลิงก์และใช้งานลิงก์ไม่มีคุณภาพ

การใช้งานลิงก์ (Link) ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทาง Google มองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เว็บไซต์นั้นดูมีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี แต่หากมีการใช้งานลิงก์ที่ไม่มีคุณภาพ หรือมีการสแปมลิงก์ที่มากเกินไป จนเข้าข่ายเหล่านี้จะถือว่าละเมิดกฏของทาง Google

  • การซื้อขายลิงก์กันเพื่อเพิ่มยอดอันดับให้กับทางเว็บไซต์

  • การแลกเปลี่ยนลิงก์ เช่น หากคุณให้ลิงก์มายังเว็บของเรา เราก็จะลิงก์ไปยังเว็บของคุณ หรือเว็บที่มีการจับคู่ หรือมีลิงก์ไปหากันเองมากเกินไปโดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ

  • การใช้โปรแกรมในการสร้างลิงก์อัตโนมัติขึ้นมา

  • ลิงก์ที่พาไปยังเว็บไซต์ที่ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน

  • บทความโฆษณาที่มีการใช้งานลิงก์บน Anchor Text ในการขายหรือเพิ่มยอดอันดับเว็บที่มากจนเกินไป

  • ลิงก์ที่มี Keyword จำนวนมากเกิน หรือมีการซ่อนลิงก์ไม่ให้เห็น



7. การสแปมยอดเข้าถึงของเว็บไซต์ บนเครื่องมือคอมพิวเตอร์

เป็นการส่งยอดการเข้าถึงเว็บไซต์หรือที่เรียกว่า Traffic แบบปลอมให้กับทาง Google เพิ่มยอดอันดับเว็บไซต์ได้ เพราะ Google จะเห็นว่ามีผู้ใช้งานเข้ามายังเว็บนี้เยอะ โดยลักษณะจะมีการอ้างอิงตัวผู้ใช้งาน (User) ให้เข้ามายังเว็บไซต์ โดยมักจะแจ้งเตือนกับผู้ใช้งานว่า “ระบบของเราตรวจพบการเข้าใช้งานที่ผิดปกติจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของคุณ” ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่ามีเว็บที่แอบอ้างผู้ใช้งาน เพื่อเพิ่มยอด Traffic ให้กับเว็บไซต์อยู่ ซึ่งสำหรับเว็บที่ทำแบบนี้จะถือว่าละเมิดกฏของทาง Google


8. มัลแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย

หากเว็บไซต์ใดมีการแอบใส่มัลแวร์ หรือแอบติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานเว็บแล้วละก็ Google จะไม่ปล่อยไปโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการทำปุ่มหลอกผู้ใช้งานว่า กดคลิก “ดาวน์โหลด” แล้วจะได้ดาวน์โหลดข้อมูลที่ต้องการ แต่พอกดคลิก กลับได้รับการติดตั้งอะไรบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์ และเป็นอันตรายมาลงบนอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน


9. เว็บไซต์ที่มีการใช้งานฟังก์ชันที่ทำให้เข้าใจผิด

บางเว็บไซต์มักมีการหลอกผู้ใช้งานบนหน้าเว็บ ให้เข้าใจผิดได้ อย่างการสร้างหน้าเว็บไซต์ที่บอกว่าหากกดใช้งานฟังก์ชันนี้จะไปพาไปยังเครื่องมือที่ต้องการ แต่เมื่อกดใช้งาน กลับไม่ได้พาไปยังเครื่องมือดังกล่าว แต่ไปโผล่ยังอีกเนื้อหาหนึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง โดยมักจะพบได้บ่อย เช่น เว็บไซต์บอกว่ามีฟังก์ชันแปลภาษา หรือรวมไฟล์ Zip ให้แต่เมื่อกดใช้งานแล้วดันพาไปยังหน้าโฆษณาที่ไม่ได้เกี่ยวกับฟังก์ชันที่บอกไว้ เป็นต้น เว็บไซต์เหล่านี้ที่หลอกลวงผู้ใช้งานให้เข้าใจผิด และถือว่าละเมิดกฏของทาง Google


10. เนื้อหา Content ที่คัดลอกมา

เว็บไซต์บางเว็บ ที่ต้องการจะเพิ่มยอดอันดับ แต่ไม่คิดจะสร้างเนื้อหาของตัวเอง มักจะมีการไปหยิบเนื้อหา Content ที่มีคุณภาพมาจากเว็บที่มีอันดับสูงกว่ามาไว้บนเว็บของตัวเอง เพื่อเพิ่มยอดอันดับบนผลการค้นหา (SERP) แต่หารู้หรือไม่ ว่าการทำแบบนั้นเป็นการละเมิดกฏของทาง Google อย่างชัดเจน โดยเนื้อหาที่เข้าข่ายการคัดลอก จะมีดังต่อไปนี้

  • เว็บไซต์ที่ไปคัดลอกเนื้อหาจากเว็บอื่นมา โดยไม่มีการเพิ่มเนื้อหาที่มีคุณค่าลงไปแต่อย่างใด รวมไปถึงการไม่อ้างอิงแหล่งที่มา

  • เว็บไซต์ที่คัดลอกเนื้อหาจากเว็บอื่น แล้วมาแก้เล็กน้อย เช่น การใส่คำพ้อง หรือคำซ้ำลงไป แล้วโพสลงหน้าเว็บของตัวเองซ้ำ

  • เว็บไซต์ที่ผลิต Content เนื้อหาซ้ำจากเว็บอื่น โดยเนื้อหานั้นไม่มีคุณภาพแก่ผู้ใช้งาน

  • เว็บไซต์ที่มีแต่การลงไฟล์จำพวก ภาพ วิดีโอ หรือสื่อจากเว็บอื่น ๆ โดยไม่สร้างประโยชน์แก่ผู้ใช้งาน



11. การเปลี่ยนเส้นทางเว็บไซต์

เว็บไซต์ที่มีการส่งผู้ใช้งานไปยังหน้าเว็บที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการในตอนแรก โดยหน้าเว็บที่พาไปไม่มีความเกี่ยวข้องหรือเป็นอันตรายกับผู้ใช้งาน จะถือว่าข่ายละเมิดกฏของทาง Google โดยส่วนมากมักจะพบได้เวลาเข้าเว็บไซต์ที่ไม่มีความปลอดภัย เมื่อกดคลิกที่ใดบนหน้าเว็บ จะเด้งหน้าเว็บและพาเราไปยังอีกหน้าเว็บหนึ่งที่เราไม่ได้ต้องการ


12. เนื้อหาที่ถูกโปรแกรมอัตโนมัติสร้างขึ้น

Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาหน้าเว็บไซต์เป็นอย่างมาก และไม่ต้องการให้มีเนื้อหาที่ถูกสร้างมาจากโปรแกรมอัตโนมัติ และไม่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน ดังนั้นเว็บไซต์ที่มีการใช้งานโปรแกรมเพื่อสร้างเนื้อหา จำพวก บทความ ลงไปบนเว็บของตัวเอง เพื่อเพิ่มอันดับบนผลการค้นหา (SERP) ผ่านการเก็บข้อมูลของ Google Bot หากทาง Google จับได้จะถูกลงโทษได้เช่นกัน


13. Affiliate Pages ที่ไม่มีคุณภาพ

Affiliate Pages หรือหน้าเว็บที่เป็นตัวแทนการขายสินค้าหรือบริการ โดยส่วนมากเนื้อหาภายในหน้าเว็บดังกล่าวจะเป็นการรีวิวสินค้าหรือบริการ แล้วมีลิงก์ (Link) พาไปยังเว็บไซต์ผู้ขาย หากหน้าเว็บดังกล่าวมีเนื้อหาที่น้อย และไม่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกเนื้อหาหรือรีวิวสินค้ามาจากเว็บไซต์ผู้ขายโดยตรง จนไม่ได้ให้ประโยชน์ใด ๆ ต่อผู้ใช้งาน ก็ถือว่าเข้าข่ายละเมิดกฏของทาง Google ได้เช่นกัน


14. สแปมที่มาจากผู้ใช้งาน

บางครั้งการละเมิดกฏของทาง Google ก็ไม่ได้มาจากเว็บไซต์แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถมาจากฝั่งผู้ใช้งานได้เช่นกัน โดยส่วนมากมักจะมาจากการสแปมเนื้อหาลงในช่องทางของผู้ใช้งานหรือที่เรียกกันว่า Comment ซึ่งบ่อยครั้งเหลือเกิน ผู้ทำเว็บมักจะไม่รู้ถึงเนื้อหาการสแปมจากผู้ใช้งาน เพราะฉะนั้นผู้ทำเว็บต้องพึ่งระวังในส่วนนี้ให้ดีด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดข้อความ หรือจำนวนครั้งในลงเนื้อหาจากฝั่งผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันปัญหาการสแปมจากผู้ใช้งาน


15. พฤติกรรมที่ส่อไปในทางอันตรายต่อผู้ใช้งาน

สิ่งสำคัญหนึ่งของทาง Google ที่ออกกำกับกฏนโยบายเหล่านี้ไว้คือ เพื่อให้เนื้อหาเว็บไซต์ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าได้ว่ายังมีเว็บบางเว็บที่แอบทำพฤติกรรมที่ส่อไปทางอันตรายกับผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็น

  • เนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์
  • การนำข้อมูลของผู้ใช้งาน ออกจากเว็บไซต์เพื่อไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการขายต่อในกลุ่มตลาดมืด
  • เว็บไซต์ที่สร้างเนื้อหาไม่มีประโยชน์
  • เว็บไซต์ที่มีกลโกง เพื่อหลอกลวงผู้ใช้งาน ให้เสียเงินหรือข้อมูล


บทสรุปการลงโทษของ Google Penalty

Google Penalty เป็นบทลงโทษที่จะมีให้กับเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ เว็บที่จ้องจะเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่สนใจผู้ใช้งาน หากพูดกันตามตรง สิ่งสำคัญหลักที่ทาง Google ต้องการอย่างแท้จริงบนการทำเว็บไซต์ คือการทำให้เว็บมีเนื้อหาคุณภาพ มีประโยชน์ และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน แค่สิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่ Google ต้องการ

แต่บางเว็บมักแอบใช้ช่องโหว่ของเว็บมาเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีและผิด จึงทำให้ทาง Google ต้องกำกับและออกกฏข้อห้ามต่าง ๆ ในการทำเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ทำเว็บนำเว็บไปใช้ในทางที่ผิดได้ ซึ่งถ้าหากคุณไม่อยากโดนลงโทษโดย Google Penalty แล้วละก็อย่าละเมิดข้อห้ามเหล่านี้ของ Google โดยเด็ดขาด


Search
Categories