เทคนิคการเพิ่มยอด Website Traffic เพื่อดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับบน Google

THAITOPSEO
THAITOPSEO
เทคนิคการเพิ่มยอด Website Traffic เพื่อดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับบน Google

หากกล่าวว่า Website Traffic เปรียบเสมือนการวัดอัตราชีพจรสำหรับธุรกิจออนไลน์ ก็ดูจะไม่เกินจริงไปเลย แม้กระทั่งการทำเว็บไซต์เพื่อจุดประสงค์ต่าง ๆ นับเป็นกระบวนการที่ขาดไปไม่ได้ หากจำเป็นต้องพัฒนาเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ทั้งการรู้ว่าผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ชื่นชอบอะไร คาดหวังอะไร มีความสนใจไปในทิศทางไหน มันคือความท้าทายที่นักทำเว็บไซต์ จำเป็นต้องวางกลยุทธ์ เพื่อดึงดูดผู้เข้าชมให้อยู่กับพวกเขาอย่างเหนียวแน่น

Website Traffic มีบทบาทสำคัญอย่างไรกับเว็บไซต์?

Website Traffic มีบทบาทสำคัญอย่างไรกับเว็บไซต์



สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ การให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ยอด Website Traffic เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เรารู้จักเว็บไซต์ของตัวเองได้ดีขึ้นในมิติอาจไม่เคยรู้หรือสนใจมาก่อน ไปจนถึงการรู้ได้ว่าเว็บไซต์มีการเติบโตขึ้นแค่ไหน ควรนำกลยุทธ์ทางการตลาดใดมาใช้ หรือแม้กระทั่งใช้วัดค่าเพื่อวางแผนการยิง Ads

ซึ่งภาพรวมที่ปรากฏออกมาผ่านการเก็บ “Data” จะช่วยให้เรามีข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อน ช่วยเสริมจุดแข็งให้เว็บไซต์ได้มากขึ้น ด้วยการวิเคราะห์ผ่านเครื่องมือต่าง ๆ หรืออย่างที่เรามักเห็นกันอย่างเจ้าตัวยอดนิยมที่ชื่อว่า Google analytics ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้จะทำให้เราได้ยอด Traffic ที่ถูกนำมาวิเคราะห์และใช้งานในภายหลังพร้อมนำไปปรับใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์อย่างอย่างถูกต้อง โดยขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ใช้ด้วยเช่นกันว่าจะนำไปประยุกต์ต่ออย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด

Website Traffic คืออะไร

Website Traffic คืออะไร



Website Traffic คือ ยอดการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ สามารถวัดค่าได้จาก จำนวนผู้ใช้งานบนหน้าเว็บไซต์(Users),การเข้าชมในระยะเวลาหนึ่ง (Sessions duration), จำนวนครั้งของการเปิดหน้าเว็บไซต์ (Pageviews), การเยี่ยมชมเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวแล้วกดปิดหน้าไป (Bounce Rate) ทั้งยังมีอีกหลายค่าที่ลงลึกในการให้ Detail เช่น การเก็บที่มาของ Traffic sources, อัตราการคลิกไปหน้า Landing pages หรือการประเมิน Unique visitors เป็นต้น

โดยปัจจุบันมี Tools หลายตัวที่ช่วยเรื่องการ Analytics ได้ไม่ว่าจะเป็น Adobe Analytics,Matomo,Clicky,Fathom หรือ Tools ยอดนิยมอย่าง Google analytics เรียกได้ว่า Tools เหล่านี้สามารถเก็บข้อมูลและวัดค่าได้อย่างรูปธรรมต่อ Action ของผู้เข้าเว็บไซต์ และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อได้

ประเภทของ Website Traffic ที่ควรรู้

ประเภทของ Website Traffic ที่ควรรู้



เราสามารถแบ่งประเภทของ Website Traffic ออกได้เป็นกลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • Organic traffic – จำนวนผู้ใช้ที่เข้าชมเว็บไซต์หลังจากทำการค้นหาบน Google หรือ search engine โดยตรงผ่านการระบุ Keyword

  • Direct traffic – ผู้ที่เข้าถึงเว็บไซต์ของคุณโดยตรง โดยการพิมพ์ URL ลงในแถบค้นหา หรือผู้ที่บันทึกเว็บไซต์ของคุณเป็นบุ๊กมาร์ก

  • Referral traffic – การเข้าชมที่มีการอ้างอิงจากเว็บไซต์ของคุณ สร้างขึ้นโดยผู้ที่เข้าสู่เว็บไซต์ของคุณผ่านลิงก์จากเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม เช่น forum หรือ blog

  • Email marketing – เก็บข้อมูลจากการกดเข้าลิงก์ผ่าน Email ไม่ว่าจะเป็น อัตราการเปิดจดหมาย,การคลิกลิงก์,การคลิกที่ไม่ซ้ำกัน (unique clicks),จำนวนคลิกทั้งหมด อัตราการส่ง Email กลับ ฯลฯ

  • Social networks – หมายถึงการเข้าชมใด ๆ ก็ตามที่สร้างขึ้นโดยผู้เข้าชมที่กดเข้ามาถึงเว็บไซต์ของคุณจากโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram หรือ Telegram เป็นต้น

  • Paid media – การเข้าชมที่เกิดจากการจ่ายค่าโฆษณาผ่านเครือข่ายโซเชียลมีเดียหรือหน้ามีเดียในสื่ออื่น ๆ เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมเข้ามายังเว็บไซต์ของเรา

  • Paid search – การเข้าชมที่เกิดจากการจ่ายโฆษณาทำ PPC (Pay Per Click) หรือการจ่ายต่อคลิก บนหน้า SERP (Search Engine Results Page) รวมไปถึงการซื้อพื้นที่โฆษณาบน Google Ads เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับในหน้าแรก


7 เทคนิคเพิ่มยอด Website Traffic ที่ใครก็ทำได้

7 เทคนิคการเพิ่มยอด Website Traffic ที่ใรคก็ทำได้



การเพิ่มยอดเยี่ยมชมเว็บไซต์ คือตัวบ่งบอกที่แสดงให้เราเห็นถึงการเติบโตของเว็บไซต์ได้อย่างเด่นชัด ไม่แปลกเลยที่นักสร้างเว็บไซต์พยายามเพิ่มยอด Traffic ให้พุ่งทะยานโตไปให้ได้มากที่สุด (ซึ่งมีผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์) โดยในหัวข้อนี้ เราจะมาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้ยอด Traffic เพิ่มขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด

1. ดึงดูดความสนใจด้วย content คุณภาพ

Content คือกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่จะช่วยดึงคนเข้าชมเว็บไซต์ได้มากที่สุด ธรรมชาติของมนุษย์มักพยายามค้นหาวิธีแก้ปัญหาของตัวเองเสมอ ดังนั้นการมีพื้นที่สำหรับการเสนอ Content ที่ช่วยแก้ปัญหาจะสามารถดึงดูดใจ Users ให้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างไม่ขาดสาย (สามารถอ่านวิธีใช้กลยุทธ์ Inbound marketing ได้ที่นี่ คลิก)

2. Influencer Marketing กลยุทธ์ทรงพลังแห่งยุค

การใช้ Influencer คือกลยุทธ์ที่มาแรงในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการใช้ผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิด เพื่อก่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อภายในกลุ่มผู้ติดตาม โดยการเลือก Influencer จะมีผลต่อแบรนด์ธุรกิจไปด้วยในตัว แต่ก็มีหลายข้อที่ควรระวัง ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือของตัว Influencer หรือแนวโน้มการเกิดดราม่า (Drama) ต่าง ๆ ที่อาจมีผลตามมาในอนาคต

3. Blog พื้นที่ชั้นยอดในการเก็บผู้เยี่ยมชม

Blog นับเป็นฐานที่มั่นอันสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถเก็บ Traffic ได้อย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นจากการสร้างสรรค์ Blog ของตัวเองหรือพยายามเชื่อมโยงไปยัง Blog อื่น เพื่อช่วยโปรโมทการมองเห็นเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งการมีพื้นที่แบบนี้จะช่วยให้ผู้เยี่ยมชมรู้จักเราได้มากขึ้น

4. บุก Social Media เรียกผู้เข้าชม

การใช้ Social Media คืออีกปัจจัยที่สำคัญอย่างมาก คุณอาจเคยเห็นบทความสั้น ๆ ที่โพสต์ลงบน Social Media แล้วจากนั้นก็แปะลิงก์มายังหน้าเว็บไซต์เพื่อให้อ่านบทความฉบับเต็ม ซึ่งวิธีนี้คือตัวอย่างการเพิ่ม Traffic ที่ใช้ได้ดีอีกหนึ่งวิธี ดังนั้นการประยุกต์ใช้ได้อย่างชาญฉลาดจะช่วยให้คุณเพิ่ม Traffic บนเว็บไซต์ได้ดีทีเดียว

5. ใช้ทักษะ Ads optimization ชิงพื้นที่โฆษณาจากสื่ออื่น

การใช้เงินแก้ไขปัญหาอาจไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน แต่การช่วงชิงพื้นที่โฆษณาจากสื่อต่าง ๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอีกช่องทางการเพิ่มยอด Traffic ที่ได้ผลดี ความเสี่ยงก็คือ คุณต้องวางแผนบริหารเงินให้รัดกุมที่สุด,ต้องคิดว่าควรลงโฆษณากับสื่อไหน และจะทำอย่างไรให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน เป็นอีกช่องทางที่ยากแต่หลายธุรกิจก็เลือกใช้วิธีนี้

6. Email Marketing เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ดูเหมือนในปัจจุบันจะไม่ค่อยมีคนใส่ใจเปิดอ่าน Email สักเท่าไหร่นัก แต่เชื่อหรือไม่ ว่าการทำ Email Marketing มีส่วนช่วยทำให้ผู้คนรับรู้ตัวตนของแบรนด์ได้เช่นกัน (Brand awareness) การกระจายข่าวสารผ่านช่องทางนี้ ยังนับเป็นอีกหนึ่งวิธีคุณภาพและมีต้นทุนทางการตลาดที่ต่ำหากทำอย่างถูกต้อง แถมยังสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าได้ด้วย

7. ทำ SEO ให้สม่ำเสมอ

การทำ SEO อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เว็บไซต์ของเราสามารถค้นหาได้โดยง่ายบน Search engine ซึ่งมีโอกาสทำให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เรามากขึ้น ดังนั้นการลงทุนกับการทำ SEO จึงมีความคุ้มค่าอย่างมากในระยะยาว โดยเรียกได้ว่าปกติแล้วเทคนิคการทำ SEO ที่เหมาะสมจะมีความสอดคล้องที่จะทำให้ผู้คนสนใจได้โดยธรรมชาติ และนี่เองที่จะเป็นพลังในการทำให้ผู้คนเข้าชมเว็บไซต์ของคุณได้อย่างสม่ำเสมอ

ถ้ายอด Website Traffic ไม่เติบโต ต้องกลับมาดูอะไร?

ถ้ายอด Website Traffic ไม่เติบโต ต้องกลับมาดูอะไร



มีหลายสาเหตุที่ทำให้ยอด Website Traffic ไม่เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น โดยหัวข้อนี้คือ Checklist ที่จะช่วยทบทวนว่าอะไร คือสิ่งที่คุณอาจพลาดไป

  1. Content มีคุณภาพแล้วหรือยัง?
    Content ที่ดีจะมีผลโดยตรงกับ Engagement ซึ่งช่วยให้การเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น อีกทั้งการสร้าง Content ให้มีความเป็นธรรมชาติ ถูกหลัก SEO จะช่วยให้ผู้คนสามารถเข้ามายังเว็บไซต์ได้มากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พยายามทำให้แน่ใจว่า content นั้นคือสิ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้คนจริง ๆ เพราะ content ที่ดีต้องมอบคุณค่าบางอย่างให้ผู้ที่ได้รับมันเสมอ

  2. ส่ง Content ถึงผู้ที่ต้องการแล้วหรือไม่
    หากประเมินแล้วว่า Content ของคุณภาพ แต่ Traffic ยังนิ่งอยู่ สามารถสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าไม่มีการส่งมอบ Content ไปถึงมือผู้ที่ต้องการ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากข้อมูลที่ไร้ประโยชน์ การกลับมาตรวจสอบอีกครั้งว่า Content ของเราถูกปล่อยไปยังที่ใดบ้าง และจะมีวิธีการนำไปถึงกลุ่มผู้ต้องการอย่างไรได้อีก เรียกว่าเป็นหัวข้อสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นยอด Traffic ให้กลับมาเติบโตได้อย่างที่ควรจะเป็น

  3. โฆษณาตรงกลุ่มผู้บริโภคหรือไม่?
    บางครั้งการซื้อพื้นที่โฆษณาก็ไม่ได้ให้ผลดีเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะ รูปแบบของโฆษณามีความน่ารำคาญ, ยาวเกินไป, ไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้บริโภคอยากเห็น, โฆษณาซ้ำบ่อย, เด้งขึ้นมาไม่ถูกเวลา หรือเพราะเหตุผลได้อีก 108 ประการ ดังนั้นการกลับมาทบทวนในเรื่องของ “ความเหมาะสม” อาจช่วยให้เราได้ไอเดียเพื่อกลับไปปรับแก้ได้ดียิ่งขึ้น

  4. แน่ใจแค่ไหนว่าเรา Analytics Data ได้ตรงจุด?
    บางครั้งการ Analytics ผิดไปหรือไม่ตรงจุด ก็ทำให้กลยุทธ์สำหรับการเก็บยอด Traffic ไม่ได้ผลตามเป้าหมาย การหมั่นตรวจข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง อาจทำให้เรามองจุดที่พลาดไปได้ชัดเจนมากขึ้น พยายามอย่ามองข้ามข้อมูลเล็ก ๆ เพราะมันอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ในภายหลัง

สรุป การเก็บข้อมูล Website Traffic ให้อะไรกับเรา?

การเก็บข้อมูล Website Traffic มีจุดประสงค์เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ในหลายด้านที่จะนำไปใช้ปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว ประโยชน์ทางอ้อมที่เราจะได้ก็ยังมีอีกมากมาย เช่น

เป็นพื้นฐานสร้าง Brand awareness ให้ธุรกิจ – เพิ่มโอกาสสำหรับการขยายธุรกิจให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ผ่านการสร้างการจดจำ ความน่าเชื่อถือให้ลูกค้า ยิ่งมีตัวบ่งบอกประสิทธิภาพของผู้เข้าชมได้ชัดเจนเท่าไหร่ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าธุรกิจของเรามีคนให้ความสนใจมากแค่ไหน การวัดผลเพื่อชี้ให้เห็นเป็นรูปธรรมจะพาให้ธุรกิจของเราเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

เห็น Conversions เพื่อเปลี่ยน Visitor กลายเป็น Consumers – เห็นโอกาสในการขาย เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่จะเปลี่ยนผู้เยี่ยมชมให้สามารถกลายเป็นผู้บริโภค โดยการรู้จักสร้างแรงกระตุ้นและรู้จังหวะขยี้ Pain Point ให้ผู้เยี่ยมชมเกิดความต้องการในตัวสินค้าหรือบริการได้มากขึ้น

นำข้อมูลไปต่อยอดวางกลยุทธ์สำหรับธุรกิจได้มากขึ้น – รู้ความเคลื่อนไหวของลูกค้า เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงสำหรับการสร้าง Content ที่มีประโยชน์ได้ในอนาคต ไปจนถึงการวางแผนเพื่อกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะกับ Audiences

เสริมการทำ SEO ให้ติดอันดับเร็ว – การมี Traffic ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีส่วนช่วยให้การทำ SEO ได้ประสิทธิภาพตามไปด้วย เมื่อหน้าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพ ผู้คนก็จะเริ่มเข้ามาเยี่ยมชม และเมื่อมีผู้เยี่ยมชมมากขึ้น ก็จะส่งผลให้ Search engine ชื่นชอบเว็บไซต์ของคุณและผลักดันให้ไต่อันดับสูงยิ่งขึ้นไปอีก คือเหตุว่าทำไมการรับทำ SEO ถึงนิยมในปัจจุบัน

ท้ายที่สุดแล้ว Website Traffic อาจเป็นเพียงตัวบ่งบอกเท่านั้นว่าเว็บไซต์ของเรามีผู้เยี่ยมชมมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ควรโฟกัสที่สุดคือ การบรรลุเป้าหมายสูงสุดของเว็บไซต์ ว่าสุดท้ายแล้วเราสร้างขึ้นมาเพื่ออะไรกันแน่ แล้วมันตอบสนองกับโจทย์ที่เราตั้งไว้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้สามารถนำหลักการทำ KPI (Key Performance Indicators) มาประเมินร่วมกันได้ด้วย เพื่อวัดผลว่าเว็บไซต์เรามีความคืบหน้าไปถึงไหน และจะพัฒนาอะไรต่อไป เพื่อทำให้เกิดความสำเร็จได้ตามที่ต้องการ

Search
Categories