Google Ads Updates การเปลี่ยนแปลงที่คุณควรรู้ในปี 2023

THAITOPSEO
THAITOPSEO
Google Ads Updates

เมื่อเทคโนโลยีและแนวโน้มในการตลาดออนไลน์เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ การปรับเปลี่ยนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งในปี 2023 นี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบโฆษณาบน Google Ads อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาก็นับว่ามีการ Update ที่น่าสนใจหลายอย่าง
ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าระบบโฆษณากูเกิ้ล ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างที่คุณควรรู้ในปี 2023


7 หัวข้อ Google Ads Updates ที่สายโฆษณาต้องปรับตัว

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังคงเพิ่มสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างสำหรับการทำโฆษณากูเกิ้ลให้สอดคล้องกับยุคสมัยแล้วความต้องการของผู้คนอีกด้วย เนื้อหาที่กำลังจะเขียนต่อไปนี้คือสิ่งที่กูเกิ้ลได้เพิ่มเข้ามาใหม่ และอาจจะลบบางสิ่งบางอย่างที่คุณใช้งานในปี 2022 ออกไปด้วย เพราะฉะนั้นคุณต้องรู้จักมันเพื่อเตรียมรับมือให้ทันกับการตลาด ในปี 2023

1. ลิสรายการขายของที่ Updates แล้วดูจะเงียบ

แน่นอนว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านธุรกิจหลายอย่าง เนื่องจากสภาวะของโรคระบาดอย่าง covid -19 ที่ส่งผลทำให้สภาพเศรษฐกิจตกลงมาอย่างชัดเจน (การค้าขายแย่) เพราะอย่างที่เรารู้ว่า Covid -19 นั้นทำให้เราไม่สามารถออกมาเจอและซื้อสินค้ากันได้ จึงทำให้กูเกิ้ลพยายามจะ Updates สิ่งใหม่มาเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ ซึ่งดูเหมือนการ Updates ในครั้งนี้ดูเหมือนการทำแผลที่แสบด้วยการทาเกลือลงไปให้แสบกว่าเดิม แต่แน่นอนว่ามันเป็นการรักษาก็ย่อมต้องส่งผลดีบ้าง (เล็กน้อย) โดยทางกูเกิ้ลได้เปิดตัวรูปแบบโฆษณาใหม่สำหรับหลายธุกิจเฉพาะ

ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงเดือนมีนาคม 2022 ที่ NADA ทางกูเกิ้ลได้เปิดตัวโฆษณาแบบลิสรายการสินค้าบนกูเกิ้ลที่จะช่วยให้ตัวแทนผู้จำหน่ายได้นำสินค้ารถยนต์ทั้งใหม่และที่ใช้งานแล้ว มาวางขายได้โดยการลงโฆษณากับกูเกิ้ล โดยการโฆษณาดังกล่าวนี้ทำให้เราเห็นภาพสินค้าพร้อมราคา เมื่อเข้าไปดูในรายการก็จะดูรายละเอียดโดยรวมได้ หากคุณภาพไม่ออกให้นึกถึงรายการสินค้าเวลาคุณเปิด Shopee หรือ Lazada

Text Ads

2. Text Ads ที่กำลังจะหายไปในการ Updates 2023

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหล่านักการตลาดทั้งหลายมีความภาคภูมิใจอย่างมากในการสร้างโฆษณาแบบ Text โดยที่เนื้อหาภายใน Text Ads นั้นมาจากการที่ผู้ลงโฆษณา (แบบเสียเงิน) สามารถเขียนได้ตามใจชอบ การเขียนโฆษณาแบบนี้เหมาะกับเหล่าแบรนด์ดังที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว โดยการโฆษณาแบบนี้มีข้อดีที่ชัดเจนเลยก็คือ การขึ้นโฆษณาแบบไม่สนใจการค้นหา ไม่ว่าคุณจะค้นหาอะไรบนกูเกิ้ล ก็จะขึ้นอยู่บนสุดของการค้นหาเสมอ ทำให้โฆษณา Text นั้นทรงประสิทธิภาพอย่างยิ่ง


แต่อย่างไรก็ดีอยู่ ๆ กูเกิ้ลก็ได้ตัดสินใจการยกเลิกการโฆษณาแบบ Text Ads ไปโดยไม่อนุญาตไม่ให้ผู้ลงโฆษณาได้สร้างในรูปแบบของตนเองเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งกูเกิ้ลก็ได้ออกมาประกาศและ Updates แนวทางวิธีการโฆษณาบนการค้นหาหน้ากูเกิ้ลที่เปลี่ยนไปตาม Keyword ที่เราค้นหา หากให้พูดง่าย ๆ เมื่อเราค้นหา “คำ หรือ Keyword” กูเกิ้ลก็จะหาเว็บไซต์ที่ Keyword ที่เกี่ยวข้องขึ้นมาบนหน้าการค้นหาให้ โดยลำดับของการขึ้นอันดับของแต่ละเว็บไซต์นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าเว็บไซต์นั่นมี Keyword ที่เกี่ยวข้องเยอะไหม และเนื้อหาภายในเว็บมีประโยชน์หรือไม่ ยิ่งหากเว็บไซต์นั้นได้รับการเข้าชมบ่อย จะยิ่งทำให้ขึ้นอันดับบนของยอดการค้นหาหน้ากูเกิ้ลอีกด้วย

และแน่นอนว่าการทำแบบนี้จะส่งผลดีอย่างมาก เพราะ Google จะคัดกรองเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราค้นหาออกไป และจะเจาะเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ค้นหา แต่การมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสีย การทำระบบแบบนี้ทำให้ทำให้หลาย ๆ เว็บไซต์ใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้องกันอย่างพร่ำเพรื่อ ไม่ก็การก็อปเนื้อหาของเว็บไซต์ลำดับต้น ๆ มาหรือการสแปมยอดเข้าชมเว็บไซต์อีกด้วย

3. Google Ads กำลังเตรียม Updates AI สุดอัจฉริยะในการตลาด

Google Ads Updates AI

อาจจะฟังดูแล้วสุดยอดตาลุกว้าว แต่ก็อย่าพึ่งด่วนสรุปและควรอ่านข้อมูลนี้ก่อน เพราะก่อนหน้านี้ Google Ads ได้มีการจัดแคมเปญในการลง Google Ads ที่เรียกว่า Smart Shopping ซึ่งเป็นตัวระบบที่หลายธุรกิจรู้จักกันดีในปี 2018 โดยตัว Smart Shopping สามารถโปรโมตสินค้าและธุรกิจของตนเองผ่านหน้าการค้นของ Google และ Youtube และในปี 2019 Google Ads ก็ยังได้เปิดระบบเพิ่มเติมที่ทำให้ Google Business (บัญชีธุรกิจ) ในท้องถิ่นได้ลงโฆษณาโปรโมทธุรกิจของตนเองผ่าน Google Search, Map, Gmail และ Youtube ทั้งสองตัวที่กล่าวมาได้สร้างผลกำไรให้แก่กลุ่มธุรกิจเล็กเป็นอย่างมาก

แต่การเปลี่ยนแปลงก็ย่อมต้องมาอยู่ดี เมื่อต้นปี 2022 ที่ผ่านมา กูเกิ้ลได้ประกาศจะยกเลิกระบบทั้งสองที่กล่าวไว้ และได้เตรียมการ Updates แคมเปญใหม่ที่เรียกว่า Google’s Performance Max โดยตัวแคมเปญนี้จะทำให้มีการเข้าถึงพื้นที่ในการลงโฆษณาที่มากยิ่งขึ้นบนกูเกิ้ล อีกทั้งตัวระบบจะถูกจัดการเนื้อหาการตลาดด้วยระบบอัตโนมัติ หรือที่เรียกกันว่า “AI” ที่จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาได้รับผลกำไรที่มากขึ้นแม้ต้นทุนจะต่ำก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี AI ไม่ได้สมบูรณ์ 100% เพราะมันต้องการข้อมูลและงบประมาณในจำนวนมากเพื่อวิเคราะห์และได้ประสิทธิภาพ

และอีกอย่าง Google’s Performance Max แม้จะสามารถจัดรายการโฆษณาในรูปแบบราคาเท่าใดก็ได้ แต่ผลที่ได้ย่อมไม่ดีเท่าค่าโฆษณาวันละ $100/วัน การที่ Google’s Performance Max มานั้นช่วยทำให้เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นก็จริง แต่สำหรับคนบางกลุ่มต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นเพื่อให้ได้พื้นที่โฆษณาที่มีประสิทธิภาพ

4. Google Ads กับการ Updates เพื่อส่องข้อมูล

GoogleAdsUpdates

ในปี 2021 ที่ผ่านมากูเกิ้ลได้ประกาศว่าจะทำระบบการตรวจสอบข้อมูลของผู้ลงโฆษณาให้แก่ผู้ใช้งานในหน้าการค้นหาของ กูเกิ้ลและนอกการค้นหาของกูเกิ้ลและด้วยความพยายามดังกล่าวทำให้กูเกิ้ลได้ Updates ระบบที่เรียกว่า My Ad Center ในเดือนตุลาคม 2021 ซึ่งช่วยให้ผู้คนสามารถดูได้ว่าผู้ลงโฆษณาใน Google นั้นเข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างไรในช่วง 30 วัน และยังดูได้ว่าผู้ลงโฆษณากับกูเกิ้ล ได้ลง Campaign อะไรไปบ้าง คล้ายกับการทำงานของ Google Analytics (สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่นี่)
โดยหากผู้ใช้งานต้องการจะดูรายละเอียดของผู้ลงโฆษณา ก็สามารถทำได้ ยกตัวอย่างเช่น ชื่อธุรกิจตามกฏหมาย และที่ตั้งธุรกิจ และที่พิเศษเลยในระบบนี้คือ “การดูโฆษณาเพิ่มเติมของผู้ลงโฆษณา” (ได้ผล + เต็ม ๆ กับผู้ลงโฆษณา) และนอกจากผู้ใช้งาน Google ได้ที่ได้รับผลดีจาก My Ad Center ที่เพื่อสอดส่องดูความโปร่งใสแล้ว ทางผู้ทำธุรกิจก็ยังได้ผลดีด้วยช่นกัน เพราะจะช่วยทำให้รู้ว่าแต่ละธุรกิจมีข้อมูลและการเคลื่อนไหวใดได้อีกด้วย

หลากหลายธุรกิจต้องการที่จะพยายามสร้างความแตกต่างและแปลกใหม่ในหน้าผลการค้นหาของกูเกิ้ล เพื่อให้แบรนด์ของตัวเองนั่นเด่นและแตกต่างจากธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่าทางกูเกิ้ลไม่ได้นิ่งนอนใจ และตอบรับด้วยการ Update ระบบชื่อธุรกิจและโลโก้ในหน้าผลลัพธ์ของการค้นหาบนกูเกิ้ลโดยระบบดังกล่าวใช้ได้กับผู้ลงโฆษณา Google ที่ได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น ระบบใหม่นี้เพิ่มเข้ามาและยังสร้างความดึงดูดและแตกต่างกันให้แก่หลายธุรกิจรวมถึงผู้ใช้งานอีกด้วย อีกทั้งระบบนี้ยังทำเพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อจากบุคคลอื่นรวมถึงการโกง

AMD

(ตัวอย่างภาพ Name และ Logo)



6. การ Updates เสียงพากย์ให้กับวิดีโอ

Updates-Google-Ads-Video


ส่วนหนึ่งที่ระบบนี้ได้รับการพัฒนาอันเนื่องจากความมาแรงของ Video Content ใน TikTok โดยระบบนี้ได้เพิ่มฟังก์ชันให้ผู้ลงโฆษณาสามารถพากย์เสียงลงในโฆษณาแบบวิดีโอบน Youtube ที่มีอยู่แล้วได้โดยไม่ต้องแก้ไขอะไรเพิ่มเติม อีกทั้งการเพิ่มเสียงพากย์นี้สามารถตัดต่อแต่งเสียงได้ตรงเลยผ่าน Google โดยที่ไม่ต้องใช้โปรแกรมการตัดต่อวิดีโอ โดยจากผลวิจัยของกูเกิ้ลได้ Updates ว่าการใส่เสียงพากย์ทำให้ผู้รับชมจดจำโฆษณาได้มากขึ้นถึง 25%

7. การ Update โฆษณาของ Audio ที่ Google ไม่ได้มองข้ามไป

เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้งานหรือผู้รับชมที่เข้าถึงวิดีโอและเพลงได้ใช้บริการจากผู้ให้บริการเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก จึงทำให้นักการตลาดจำนวนมากเริ่มหันมาสนใจและเปลี่ยนวิธีการโฆษณาในรูปแบบ Audio (โฆษณาแบบเสียง) และวิดีโอ ซึ่งทางกูเกิ้ลก็ได้ตอบรับความต้องการดังกล่าวนี้จากการที่มีผู้ใช้งานมาฟังเพลงและ Podcast ที่เพิ่มมากขึ้นใน Youtube ซึ่งตัว Audio Ads นี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ฟังเพลงและ Podcast ซึ่งโดยปกติแล้วโฆษณาในรูปแบบ Audio ที่มีภาพมากเกินไปมักจะทำให้โฆษณาไม่ขึ้น
เราจึงแนะนำว่าถ้าหากต้องการทำ Audio Ads ให้ใช้เป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวง่าย ๆ วนไปมา และไปเน้นที่คุณภาพเสียงและน้ำเสียง บทพูด และคำคมสั้น ๆ ที่จะทำให้ผู้ชมจดจำได้


จากการที่กล่าวมาทั้งหมด ระบบโฆษณาของกูเกิ้ลยังคง Updates ระบบใหม่ ๆ หรือลบบางระบบออกไปหลายอย่าง ซึ่งทั้ง 7 ข้อที่กล่าวมานั่น ผมมองว่าสำคัญและคุณควรรู้สำหรับการทำโฆษณาในปี 2023 แต่อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงในระบบโฆษณายังมีมาอยู่เสมอ ซึ่งไม่รู้ว่าทางกูเกิ้ลจะเพิ่มหรือลดอะไรไปอีกบ้าง เพราะฉะนั้นก็อยากให้ติดตามข่าวสารให้ดี ถ้าหากคุณไม่อยากสูญเสียเงินไปกับอะไรที่ไม่ได้ผลแล้ว ก็ขอให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้อยู่เรื่อย ๆ

Search
Categories