HTTP และ HTTPS ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่ดีต่อเว็บไซต์ของเรามากกว่ากัน

THAITOPSEO
THAITOPSEO
HTTP หรือ HTTPS ต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันโลกออนไลน์นั้น มีการทำงานที่หลากหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป และยังเป็นพื้นที่ที่ให้มากกว่าข่าวสารหรือการให้ข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ และยังเป็นพื้นที่ที่สามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งเป็นแหล่งที่รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้จำนวนมาก ดังนั้นความปลอดภัยของเว็บไซต์ออนไลน์นั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ใช้ โดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลรวมไปถึงข้อมูลด้านธุรกรรมการเงิน เพราะแบบนี้จึงมี HTTP และ HTTPS เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญในเรื่องของความปลอดภัย

เพราะเมื่อเราเข้าเว็บไซต์แห่งหนึ่ง จะมีข้อมูลมากมายจาก Web Server ส่งมายังคอมพิวเตอร์ของเรา (Client) เพื่อแสดงผลบน Browser และมีข้อมูลมากมายที่ส่งกลับไปหาต้นทางหรือส่งกันไปมาตลอดอยู่เวลา โดยจะมี HTTP และ HTTPS เป็นตัวกลางสำหรับการสื่อสารในโลกออนไลน์และก็เต็มไปด้วยภัยที่อาจเข้าถึงคุณได้โดยไม่ทันระวัง



ความหมายของ HTTP และ HTTPS

HTTP คืออะไร

HTTP ย่อมาจาก Hypertext Transport Protocol เป็นโปรโตคอลสำหรับสื่อสารจะใช้เมื่อเรียกโปรแกรมบนเบราว์เซอร์อย่าง Chrome, Firefox, Internet Explorer เพื่อเรียกดูข้อมูลเว็บไซต์นั้น ๆ

เบราว์เซอร์จะใช้ HTTP เป็นตัวเรียกให้เซิร์ฟเวอร์ส่งข้อมูลมาให้เพื่อแสดงผลบนหน้าจอได้อย่างถูกต้อง โดยเป็นการส่งข้อมูลแบบ Clear text ไม่ได้ทำการเข้ารหัส ทำให้สามารถถูกดักจับและอ่านข้อมูลได้ง่าย ทำให้การใช้ HTTP นั้นถือว่ามีความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนบุคคลอาจรั่วไหลได้

HTTPS คืออะไร

HTTPS ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol over Secure Socket Layer หรือ HTTP over SSLโดย S ที่ได้ถูกเพิ่มต่อหลัง HTTP นั้นมาจากคำว่า Secure และแน่นอนว่า HTTPS จะทำหน้าที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลในเว็บไซต์ โดย HTTPS จะเป็นโปรโตคอลที่เข้ารหัสในการสื่อสาร โดยใช้ Asymmetric Algorithm

ซึ่งหากมีผู้ไม่หวังดีต้องการดักจับข้อมูลในการใช้เว็บไซต์นั้น ก็จะไม่สามารถที่จะทำได้อยู่ดี เพราะถึงได้ข้อมูลไปก็ไม่สามารถอ่านออกได้ เพราะจะขึ้นเป็นภาษาที่แปลก ๆ ไม่เป็นศัพท์ โดยข้อมูลนั้นจะถูกอ่านโดยตัวเรากับเครื่อง Server เท่านั้น

การมีระบบแบบนี้จึงถือว่าปลอดภัยอย่างมาก แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการเข้าดูข้อมูล เนื่องจากจะต้องระบุตัวบุคคล คล้ายกับการ login

ความแตกต่างของ HTTP และ HTTPS

ความแตกต่างระหว่าง HTTP และ HTTPS

ในปัจจุบันคุณอาจจะพบเห็น HTTP และ HTTPS อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้รู้ถึงความแตกต่างว่า การที่มีตัว S ต่อท้ายนั้นมีความหมายอะไรกันแน่ แต่วันนี้คุณก็ทราบแล้ว S นั้นมาจากคำว่า “Secure” หรือก็คือ ความปลอดปลอดภัย และก็ตรงตัวเลยว่า การใช้เว็บไซต์ที่เป็น HTTPS นั้น ต้องมีความปลอดภัยที่สูงกว่า HTTP แน่นอน

เพราะการใช้เว็บไซต์ออนไลน์ มีทั้งการใช้สำหรับการซื้อขายทำธุรกรรมใด ๆ ก็ตาม ผ่านทางออนไลน์ การกรอกแบบฟอร์มที่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลส่วนบุคคลเข้าไป เพราะการใช้งานทั้งหลายเหล่านี้ จึงมีการพัฒนาเว็บไซต์มาอย่างต่อเนื้อง เพื่อให้เว็บไซต์มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นขึ้น จนในที่สุดก็มีการใช้เริ่มมีการ HTTPS ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 เป็นต้นมา

โดยวิธีสังเกตง่าย ๆ ถึงความแตกต่างระหว่าง HTTP กับ HTTPS ให้คุณดูว่า website ที่คุณนั้นกำลังใช้งานหรือทำการกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปอยู่นั้นเป็น http:// หรือ https://

แต่อย่างไรก็ตาม การที่เว็บไซต์เป็น HTTPS ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงอะไรเลย เพราะยังมีการพบเจอคอมพิวเตอร์นั้นติดไวรัส จากการเชื่อมต่อเข้าเว็บไซต์ที่เป็น HTTPS อยู่บ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นการโจมตีผ่านทางเครือข่ายเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ธุรกิจต้องดำเนินการตรวจสอบ HTTPS ของการรับส่งข้อมูลที่ใช้วิธีเข้ารหัส รวมทั้งมีส่วนร่วมในการตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามตามพฤติกรรมขั้นสูง เพื่อป้องกันภัยคุกคามประเภทนี้

ประโยชน์ของ HTTPS ที่มากกว่า HTTP

ประโยชน์ของ HTTPS ที่มีมากกว่า HTTP

การใช้ HTTP หมายถึงการส่งหรือการรวบรวมข้อมูลเป็นข้อความในรูปแบบธรรมดา ซึ่งหมายความว่าหากมีบุคคลไม่หวังดีต้องการข้อมูลในส่วนนี้และมีการดักเอาข้อมูลของคุณระหว่างที่เว็บไซต์กำลังดำเนินการอยู่ หรือที่มักเรียกกันว่า “การโจมตีแบบคนกลาง หรือ Man in the middle” โดยบุคคลที่ไม่หวังดีพวกนั้นสามารถที่จะมองเห็นข้อมูลทั้งหมดได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เลย ดังนั้น HTTP นั้นถือว่าไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรมากนัก และถึงแม้จะเป็นพื้นที่หนึ่งที่สามารถใช้งานได้ก็จริงแต่ไม่ได้มีความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งานเลยสักนิดเดียว

ในขณะเดียวกันที่ HTTPS ที่มีการทำงานในรูปแบบที่เหมือนกันแต่กลับให้ประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัยที่ทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้งานเว็บไซต์เกิดความไว้วางใจอย่างมาก โดยการใช้ HTTPS จะเป็นการเข้ารหัสคีย์สาธารณะผ่าน SSL/TLS เพื่อป้องกันการโจมตีจากภัยรอบด้านที่ต้องการข้อมูลที่สำคัญ นอกจากนี้เพื่อให้เว็บไซต์มีใบรับรอง SSL ที่ช่วยให้สามารถใช้ HTTPSได้ โดเมนจะต้องได้รับการยืนยันเพื่อตรวจสอบว่าเป็นของเจ้าของเว็บไซต์จริง หรือในบางกรณีก็จำเป็นต้องแสดงใบรับรองทางกฎหมายเพื่อยืนยันว่าทุกอย่างนั้นเป็นไปตามลำดับขั้นตอน HTTPS ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดทำให้การใช้ HTTPS นั้นคือคำตอบที่ดีที่สุดของการสร้างเว็บไซต์ของคุณ

ควรใช้ HTTPS กับเว็บไซต์ของคุณเท่านั้น

จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า การใช้เว็บไซต์ที่เป็น HTTPS นั้นเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นคุณไม่ควรที่จะลังเลที่จะเลือกใช้เลย เพราะ HTTPS ได้เพิ่มระดับของความปลอดภัยสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ HTTP นั้นมียังความปลอดภัยน้อยกว่า และเพื่อเพิ่มความสบายใจให้กับผู้เข้าชมหรือผู้ที่เข้าใช้บริการของเว็บไซต์ของคุณ จึงขอย้ำว่าการใช้ HTTPS จะเป็นผลดีที่กับเว็บไซต์ของคุณเอง

ถ้าไม่ใช้ HTTPS กับเว็บไซต์ จะมีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง

ถ้าไม่ใช้ HTTPS กับเว็บไซต์ จะมีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง

การที่คุณไม่ได้เลือกใช้ HTTPS กับเว็บไซต์ของคุณนั้น ก็เหมือนกับการที่คุณนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเว็บไซต์ของคุณไปเขียนลงในพื้นที่สาธารณะและทำให้บุคคลอื่น ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่หวังดีได้รู้ทุกอย่างที่เป็นข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ก็เพราะการส่งข้อมูลไปมาระหว่าง Server และ Client นั้นจะมีข้อมูลที่สำคัญมากมายอยู่

ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมใดก็ตาม ที่อาจมีข้อมูลของเลขสมาชิกหรือเลขของบัตรเครดิตต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานตัดสินใจกรอกไว้กับเว็บไซต์ของคุณเพื่อใช้ในการใช้จ่ายทางออนไลน์ หรือแม้กระทั่งการที่ผู้ใช้งานมีการกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อสมัครสมาชิกเว็บไซต์ของคุณ สิ่งนี้ก็อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถนำข้อมูลส่วนนี้ไปใช้ในการเข้าถึงช่องทางอื่น ๆ ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ของคุณได้อีกด้วยเช่นกัน

โดยข้อมูลดังกล่าวที่ส่งไปมานั้นสามารถถูกขโมยได้ในหลากหลายวิธีมากคุณเองก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะมาในรูปแบบไหน เพราะด้วยการแทรกเข้าไปเป็นการโจมตีแบบคนกลาง (Man in the middle) ยกตัวอย่างเช่น กรณีไปนั่งทำงานที่คาเฟ่และมีการใช้ WIFI สาธารณะ เป็นต้น ซึ่งถ้าใช้ตัวกลางที่ไม่ปลอดภัยก็จะสามารถดักจับข้อมูลจาก Submit form ก่อนที่คุณจะส่งไปยัง Server แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณตัดสินใจที่จะใช้ HTTPS ในการส่งข้อมูลตั้งแต่แรก ข้อมูลของผู้ใช้งานก็จะได้รับการรักษาความปลอดภัยผ่านโปรโตคอล โดยการปกป้องหลัก ๆ ดังนี้

  • การเข้ารหัส เป็นการเข้ารหัสข้อมูลเพิ่มความปลอดภัยจากผู้ไม่หวังดีที่ต้องการเข้ามาดูข้อมูล และการใช้รหัสในระหว่างการส่งข้อมูลนั้นจะยังทำให้ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลให้แตกต่างไปจากเดิมได้ แต่ถ้าหากมีการแก้ไขจริง ๆ ก็จะถูกตรวจพบได้ทันทีหรือมีประวัติของการแก้ไขปรากฎอยู่

  • การตรวจสอบสิทธิ์ เป็นการพิสูจน์เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานมีการใช้งานเว็บไซต์นั้นจริง โดยถ้าหากมีการกรอกข้อมูลหรือมีการใช้บริการเว็บไซต์นั้น ๆ ก็ต้องแน่ใจได้ว่าข้อมูลจากเว็บไซต์นี้จะไม่ได้ส่งไปที่อื่น แต่จะมีการใช้งานที่เว็บไซต์นี้ที่เดียวเท่านั้น

HTTPS จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณดีขึ้นอย่างไร

จากที่กล่าวมา หลายคนจะตั้งข้อสังเกตได้ว่า HTTPS จะช่วยให้เว็บมีความปลอดภัยกับผู้ใช้มากขึ้น มีความสำคัญมากกับเว็บที่มีการดำเนินธุรกิจโดยการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย การชำระเงิน และอื่น ๆ หรือที่เรียกกันว่า เว็บ e-commerce ที่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญแล้วสำหรับเว็บไซต์ SEO อย่างเว็บไซต์คุณก็สามารถปลอดภัยหายห่วงได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าเว็บไซต์ที่ทำ SEO อาจไม่ได้มีการรับส่งข้อมูลเหมือนกับเว็บ e-commerce ที่เป็นส่วนตัวมากนัก

แต่หลายเว็บไซต์ของ SEO ก็มีการ submit form การติดต่อ หรือการ Subscribe ในส่วนนี้ก็ยังคงช่วยป้องกันไม่ให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์คุณโดน Track จาก Script ที่แทรกเข้ามาได้ และที่สำคัญการใช้ HTTPS จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่หากไม่สนใจในเรื่องนี้และยังใช้ HTTP แบบเดิมอยู่ก็อาจจะทำให้มีข้อความบน Browser ของคุณว่า not secure ละสิ่งนี้เองที่อาจทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณเกิดความกังวลขึ้นได้

สรุปการใช้ HTTP และ HTTPS ในการทำเว็บไซต์

จากข้อมูลที่กล่าวมาคุณจะเห็นว่า HTTPS นั้นมีข้อดีที่จะให้ประโยชน์แก่เว็บไซต์ของคุณมากกว่า HTTP เพราะมีการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้ที่ไม่หวังดีไม่สามารถนำข้อมูลต้นฉบับไปใช้ในทางที่ผิดได้ โดยเฉพาะในเรื่องของธุรกิจการทำ SEO การใช้ HTTPS จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ได้ หรือ เป็นการป้องกันข้อมูลของผู้ที่ต้องการติดต่อหาได้ด้วยเช่นกัน และเพราะการทำให้ผู้เข้าชมสบายใจแน่นอนว่าเว็บไซต์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัย จะได้รับการตอบรับที่ดีจาก Search engine อย่าง Google ได้อย่างแน่นอนอีกด้วย

Search
Categories