Online Marketing กับวิธีการที่จะทำให้ยอดขายของธุรกิจคุณดีขึ้น

THAITOPSEO
THAITOPSEO
Online Marketing 1

ช่วงที่ผ่านมา เราคงเห็นได้ว่าหลายธุรกิจเริ่มปิดตัวหรือหันมาทำธุรกิจบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะผู้คนขี้เกียจออกมาซื้อของ หรือเป็นเพราะการซื้อออนไลน์นั้นสะดวกสบายมากกว่า หรือการทำธุรกิจออนไลน์นั้นประหยัดต้นทุนกว่า แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การที่หลายธุรกิจเริ่มหันมาทำธุรกิจออนไลน์ จนมีการแข่งขันที่สูงมากขึ้นบนตลาดออนไลน์ เหล่าธุรกิจจำเป็นต้องรู้จักกับ Online Marketing รูปแบบการทำการตลาดที่เหมาะจะมาช่วยให้การทำธุรกิจออนไลน์นั้นง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการ รวมไปถึงการเพิ่มยอดขายได้

Online Marketing คืออะไร

Online Marketing 2



Online Marketing หรือ การตลาดออนไลน์ คือ การทำตลาดโดยมีจุดหมายที่สำคัญคือการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการในธุรกิจ โดยมีอินเทอร์เน็ต หรือสื่อออนไลน์เป็นสื่อกลางในการใช้งาน ให้เหล่าผู้คนบนโลกออนไลน์ได้รู้จักและเป็นที่น่าสนใจ เพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น การตลาดออนไลน์มักเจาะจงกับผู้คนที่อยู่บนโลกออนไลน์เป็นหลัก รูปแบบการตลาดออนไลน์มักพบเห็นได้บ่อย ตาม Google, Facebook, YouTube หรือตาม Blog และหน้าเว็บไซต์ต่าง ๆ

สิ่งสำคัญก่อนเริ่มทำ Online Marketing

Online Marketing 3



เรารู้ดีว่าบนโลกออนไลน์นั้น มีเหล่าธุรกิจที่มาทำการแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก เพื่อให้สินค้าและบริการของพวกเขา เป็นที่รู้จักและขายได้ ซึ่งการจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ต้องพึ่ง Online Marketing (การตลาดออนไลน์) แต่สิ่งสำคัญก่อนจะเริ่มลุยทำการตลาดออนไลน์ คุณต้องรู้จักสิ่งเหล่านี้ที่อยู่กับธุรกิจของคุณให้ดีก่อน ไม่เช่นนั้นการทำตลาดออนไลน์ของคุณมีโอกาสล้มเหลวได้สูง

  1. รู้จักตัวเอง
    ทุกการทำการตลาด แบรนด์หรือธุรกิจต้องรู้จักตัวเองให้ดีว่า สินค้าหรือบริการของเรามีข้อดีอะไร มีจุดเด่นอะไรบ้าง เพื่อที่จะนำมาเป็นเรื่องราวในการบอกเล่าให้คนอื่นได้รู้จักและสนใจ รวมไปถึงการรู้ว่าเป้าหมายเริ่มแรกของการทำธุรกิจเราคืออะไร ไม่เช่นนั้นการทำการตลาดของคุณจะไม่ตรงเป้าหมายที่คุณต้องการ

  2. รู้จักลูกค้า
    หลังจากรู้ข้อดี ข้อเด่นของสินค้าและบริการในธุรกิจเราแล้ว สิ่งต่อไปคือต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายลูกค้าของธุรกิจตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นธุรกิจขายของเล่นเด็ก กลุ่มเป้าหมายก็คือกลุ่มเด็กเล็ก หรือครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เป็นต้น เมื่อคุณรู้กลุ่มเป้าหมายแล้ว เราจะสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ รายได้ หรือข้อมูลเชิงพฤติกรรม ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำโฆษณาหรือการตลาดให้ถูกใจเป้าหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น

  3. รู้จักคู่แข่ง
    กล่าวได้ว่าทุกตลาดย่อมต้องมีการแข่งขัน และการแข่งขันย่อมต้องมีคู่แข่ง การทำธุรกิจก็เช่นกัน เราต้องศึกษาว่ามีธุรกิจใดบ้าง ที่ทำสินค้าหรือบริการที่คล้าย ๆ กับธุรกิจเรา และเมื่อรู้ว่ามีธุรกิจใดบ้างแล้ว ก็ต้องศึกษาต่อว่าพวกเขาใช้วิธีการโฆษณา หรือการขายแบบใดให้ได้ใจลูกค้า เราสามารถนำข้อมูลในตรงนี้มาประยุกต์ใช้ต่อได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอด หรือการนำเสนอในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อสร้างความน่าสนใจและประทับใจให้แก่กลุ่มเป้าหมายลูกค้า

  4. รู้จักสื่อ
    สื่อออนไลน์นั้นมีหลากหลายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook, line, IG, เว็บไซต์ หรือ Blog ดังนั้นเพื่อให้การทำการตลาดออนไลน์ของธุรกิจเป็นไปได้อย่างตรงจุดและทรงประสิทธิภาพ คุณต้องรู้จักกับสื่อเหล่านี้ให้ดีก่อน ไม่ว่าจะเป็นการรู้ว่าสื่อใด มีจุดเด่นอะไร มีกลุ่มผู้ใช้งานแบบไหน อายุเท่าใด หรือนิยมใช้เพื่ออะไร หากคุณรู้ข้อมูลเหล่านี้ จะทำให้การทำตลาดออนไลน์ของคุณตรงจุด และไม่ต้องไปเสียเวลาในการทำหลายสื่อมากเกินไป

TOP 7 การทำ Online Marketing

Online Marketing 4



เกริ่นนำกันมามากพอแล้วกับ Online Marketing การตลาดที่เหมาะกับธุรกิจออนไลน์ แน่นอนว่าการทำการตลาดนั้นมีหลากหลายรูปแบบ หลายวิธีการ ขึ้นอยู่กับธุรกิจ แต่วิธีการที่เราจะนำมาเสนอ เรียกได้ว่าเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม และสามารถใช้งานจริงได้ เพื่อให้การธุรกิจของคุณนั้นเป็นที่รู้จักและน่าสนใจได้ รวมไปถึงการเพิ่มยอดขายได้ด้วยเช่นกัน

1. SEO
วิธีการตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่มีการทำเว็บไซต์ การทำ SEO (Search engine optimization) เป็นการทำให้เว็บไซต์ถูกต้องตามหลักของ Search Engine อย่าง Google เพื่อให้เว็บไซต์ไต่ระดับขึ้นบนผลการค้นหา (SERP) ที่จะเน้นไปที่การทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน ลองคิดดูว่าการที่หน้าเว็บไซต์ได้ไปแสดงอยู่ลำดับแรก ๆ บนผลการค้นหาของลูกค้า จะสร้างความน่าสนใจในธุรกิจได้มากแค่ไหน เพราะพฤติกรรมทั่วไปของผู้ใช้งานการค้นหา มักสนใจเว็บไซต์ที่โผล่ขึ้นมาเป็นอันดับแรก ๆ อยู่แล้ว และปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลาเลือกซื้อของเรามักจะเข้าไปดูเว็บไซต์แรก ๆ ที่อยู่บนผลการค้นหาเสมอ
แน่นอนว่าการทำ SEO นั้นต้องมีความรู้ และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ Search Engine เป็นอย่างมาก จึงจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็น Keyword, On-page และ Off-page (สามารถอ่านบทความ “ความแตกต่างระหว่าง Off-page และ On-page” ได้ที่นี่ คลิก) รวมไปถึงการมีเนื้อหาที่มีคุณภาพบนหน้าเว็บไซต์ และการทำ SEO นั้นจะให้ผลดีระยะยาวกับเว็บไซต์

………………………………………..

2. SEM
SEM หรือที่ย่อมาจาก Search Engine Marketing การทำตลาดโดยประยุกต์ใช้ระบบ Search Engine ให้มีส่วนมาช่วยในการทำให้สินค้าและบริการบนเว็บไซต์ธุรกิจของเราเป็นที่รู้จักได้ง่ายขึ้น ลักษณะการทำงานจะคล้าย ๆ SEO แต่มีการเสียเงินเพื่อทำให้แสดงผลได้ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน Google Ads ที่เป็นการระบุ Keyword ที่ผู้คนสนใจค้นหา และถ้าคำค้นหานั้นตรงกับ Keyword ที่เรากำหนดไว้ Google ก็จะนำหน้าเว็บไซต์ของเราไปแสดงผลให้ หรือการใช้โฆษณาของ Google Ads เพื่อทำให้หน้าเว็บไซต์ติดอยู่บนผลการค้นหา (SERP) เป็นอันดับต้น ๆ ได้ง่าย หรือที่เรียกกันว่า PPC (Pay Per Click)
ซึ่งวิธีการนี้เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีการนำสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ มาลงหน้าเว็บ และต้องการให้คนได้รู้จักหรือเข้ามาเห็นเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าวิธีการนี้เหมาะกับระยะสั้น แต่ไม่ควรนำมาใช้ในระยะยาว เพราะจะทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงเกินความจำเป็นได้

………………………………………..

3. Content Marketing
Content Marketing คือวิธีการตลาดแบบหนึ่งที่เน้นในการสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณค่า และมีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเนื้อหา Content ที่ทำส่วนใหญ่สร้างมาเพื่อจุดประสงค์ทางการตลาด เช่น การส่งเนื้อหาที่มีคุณค่าหรือความรู้ของผลิตภัณฑ์ ให้กลุ่มลูกค้าได้รู้จัก, กระตุ้นความอยากรู้เกี่ยวกับธุรกิจ, ช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายหรือช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของกลุ่มลูกค้า เป็นต้น
โดยเนื้อหาของ Content มีได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บทความ, ภาพถ่าย, วิดีโอ, โพสต์บนสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นต้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ Content นั้นต้องมีเนื้อหาที่มีคุณภาพ และสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มลูกค้าได้ โดยลักษณะของ Content Marketing ที่ดีมีดังนี้

· สื่อสารได้อย่างชัดเจน
· มีการเล่าเรื่องที่ทำให้รู้สึกอยากติดตามต่อ
· เจาะจงกลุ่มเป้าหมายชัดเจน
· มีความสม่ำเสมอในการเผยแพร่ Content
· มีความสดใหม่ และตามกระแสอยู่ตลอดเวลา
· ต้องให้ประโยชน์กับธุรกิจ ในแง่ใดแง่หนึ่ง
· ตอบโจทย์ปัญหาที่ลูกค้าต้องการได้

นอกจากนี้ Content Marketing ยังนำไปประยุกต์ใช้กับวิธีอื่น ๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น SEO, Social Media Marketing, หรือ Mobile Marketing ฯลฯ วิธีการนี้จึงเหมาะกับธุรกิจทุกประเภท ทุกขนาด เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจที่มีการทำ Content ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

………………………………………..

4. Email Marketing
วิธีการทำตลาดแบบหนึ่งที่อาศัยการใช้งาน E-mail ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาโปรโมชั่น หรือการนำเสนอ Content ที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกค้าเพื่อเพิ่มการตัดสินใจการเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น โดย E-mail ที่เราได้นั้นจะมาการเป็นสมาชิกบนเว็บไซต์ธุรกิจต่าง ๆ โดยข้อดีหนึ่งของ Email Marketing คือการใช้งานที่ง่าย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป็นจำนวนมาก แต่ข้อควรระวังในการใช้งานเลยคือ ธุรกิจต้องวางแผนการส่ง E-mail ให้ดีว่าแต่ละจดหมายส่งไปเพื่อสื่ออะไร ไม่ใช่ส่งรัว ๆ จนสร้างความรำคาญให้แก่กลุ่มลูกค้า

………………………………………..

5. Social Media Marketing
วิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram หรือ TikTok ล้วนมีผู้ใช้งานกันเป็นหลักล้าน และโซเชียลมีเดียยังเป็นสื่อออนไลน์ที่มีการบอกเล่า หรือส่งต่อ (Share) Content สินค้าหรือบริการได้หลายรูปแบบ รวมไปถึงการซื้อโฆษณาอย่าง Facebook Ads หรือ Boost ด้วยการจ่ายเงินเพื่อสร้างการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น
ด้วยเหตุผลนี้ธุรกิจจึงไม่ควรพลาดที่จะต้องหันมาสนใจในการนำเสนอสินค้าหรือบริการ บนสื่อโซเชียลมีเดีย เพราะจะทำให้สินค้าหรือบริการของธุรกิจ ผ่านตาผู้คนและได้เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างแพร่หลาย และเพิ่มยอดขายได้แบบไม่รู้ตัว

………………………………………..

6. Affiliate Marketing
Affiliate Marketing คือ รูปแบบการขายหนึ่ง ที่ให้ลูกค้า หรือผู้เข้าชมสินค้าเห็นตัวแบรนด์ธุรกิจ แล้วกดเข้าไปซื้อสินค้า หรือบริการได้ที่ธุรกิจโดยตรง เรียกพูดให้ง่ายคือ การที่แบรนด์ธุรกิจได้ไปทำขอตกลงกับเว็บไซต์ที่มียอดผู้เข้าชมเยอะเพื่อให้พวกเขาผลิต Content ที่เกี่ยวกับสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรีวิวการใช้งานจริง โดยข้อมูลต้องเป็นประโยชน์ด้วย เพราะลูกค้าหรือผู้เข้าชมที่มาดู ก็ต้องการรู้ว่าสินค้าหรือบริการดังกล่าวมีการใช้งานเป็นแบบไหน และเมื่อลูกค้าสนใจจะสามารถกดคลิกเข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการที่หน้าเว็บไซต์ของธุรกิจได้โดยตรงเลย
วิธีการนี้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะ Affiliate Marketing จะทำให้หน้าเว็บไซต์ธุรกิจดูมีความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงสามารถเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี

………………………………………..

7. Inbound Marketing
Inbound Marketing เป็นรูปแบบการตลาดหนึ่งที่เน้นการสร้าง Content ให้กับเว็บไซต์ ด้วยเนื้อหาการสร้าง Content ต้องมีความสดใหม่ แปลก หรือมีความแตกต่างจากเว็บอื่น ๆ ซึ่งเป้าหมายหลักของการสร้าง Content คือทำให้เว็บไซต์ของเรามีคุณค่า หรือดูมีความน่าเชื่อถือ ได้รับความไว้วางใจจากผู้เข้าชม และยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อที่จะให้ลูกค้าเลือกเข้าเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับแรก ๆ และเมื่อทำได้ การจะปิดยอดขายสินค้าและบริการจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

บทสรุป Online Marketing กับวิธีการต่าง ๆ

จุดประสงค์หลักของการตลาด คงไม่พ้นการทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้จักและสนใจในผลิตภัณฑ์และธุรกิจ และเมื่อสร้างความรู้จักและสนใจได้ ขั้นถัดไปคือลูกค้าเลือกซื้อสินค้าของเรา จนได้ยอดขายมา ไม่ว่าจะเลือกวิธีการไหน สุดท้ายจุดประสงค์ของการตลาดยังคงเป็นเหมือนเดิมดังที่กล่าวมา

แน่นอนว่าการทำการตลาดไม่ใช่จะเห็นผลได้ในทันตาที่ทำ มันต้องใช้เวลาถึงจะแสดงผลลัพธ์ ดังนั้นเหล่าธุรกิจที่เริ่มมาลุยกับการทำการตลาดออนไลน์ ควรดูว่าสินค้าหรือบริการของตนเองนั้นเหมาะกับการใช้วิธีไหน เพราะหากเลือกใช้ได้ดีและเหมาะสมกับธุรกิจจะทำให้สินค้าและธุรกิจเป็นที่รู้จัก ส่งผลให้ปิดยอดขายได้แน่นอน

Search
Categories