Google Bard คืออะไร? ทำความรู้จักกับอีกหนึ่งเครื่องมือ AI ของ Google

Picture of THAITOPSEO
THAITOPSEO
Google Bard คืออะไร ทำความรู้จักกับอีกหนึ่งเครื่องมือ AI ของ Google

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล การทำงาน ไปจนถึงการติดตามคอนเทนต์ใหม่ ๆ ก็มี AI มาคอยช่วยให้ทุกอย่างสะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม

ซึ่ง Google ก็เป็นแบรนด์หนึ่งหลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับเครื่องมือ AI ที่หลากหลาย เช่น Gemini เครื่องมือ AI ที่สามารถฟังเสียงและตอบคำถามหรือช่วยค้นหาข้อมูลได้ แต่รู้หรือไม่ว่า Google เองก็ยังมีอีกหนึ่งเครื่องมือที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ Google Bard เครื่องมือ AI ที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อค้นหาข้อมูลแบบเดิม ๆ อีกต่อไป แต่ยังตอบโต้ผู้ใช้ในรูปแบบการสนทนา เข้าใจคำถาม และสรุปข้อมูลให้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Google Bard กันว่ามันคืออะไร มีความโดดเด่นอย่างไร แล้วแตกต่างกับเครื่องมือ AI ตัวอื่นยังไง

ทำความรู้จักกับ Google Bard

Google Bard คือเครื่องมือ AI ช่วยค้นหารูปแบบหนึ่งที่มาในรูปแบบของ Chatbot ซึ่งพัฒนาโดย Google เพื่อให้การค้นหาข้อมูลก้าวไปได้ไกลกว่าการพิมพ์แบบเดิม ๆ จุดเด่นของ Bard คือสามารถสื่อสารกับผู้ใช้ได้เหมือนการสนทนาจริง ๆ เข้าใจคำถามในเชิงบริบท และสรุปคำตอบออกมาให้กระชับและเข้าใจได้ง่าย โดยไม่ใช่แค่การดึงลิงก์หน้าเว็บต่าง ๆ มาให้เลือกเข้าเอง แต่ตีความและอธิบายให้ได้คำตอบที่ชัดเจน

ทำความรู้จักกับ Google Bard

การทำงานของ Bard จะอาศัยข้อมูลมหาศาลจากทาง Google Search แล้วผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีด้านภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) ที่จะทำให้คำตอบที่ได้นั้นสดใหม่ และอิงกับข้อมูลต่าง ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ตที่ทาง Google ได้เก็บไว้

โดยเริ่มแรกในด้านการพัฒนา Google Bard เริ่มจากการเปิดทดลองใช้ครั้งแรกในปี 2023 บนโมเดล LaMDA (Language Model for Dialogue Appliations) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าใจการสนทนาโดยเฉพาะ จากนั้นถูกอัปเกรดเป็น PaLM 2 ที่เก่งขึ้นทั้งในด้านการใช้เหตุผล การเขียนโค้ด และรองรับภาษาได้ดีขึ้น ต่อมาทาง Google ได้ยกระดับครั้งใหญ่ ด้วยการนำโมเดล Gemini เข้ามา ทำให้ Bard สามารถเข้าใจข้อมูลได้หลายรูปแบบยิ่งขึ้น (ข้อความ/ภาพ/เสียง/วิดีโอ) และตอบได้ดีขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งในท้ายที่สุดในปี 2024 Google ได้รีแบรนด์ Bard มาเป็น Gemini อย่างเต็มตัว เพื่อให้ชื่อสอดคล้องกับโมเดลใหม่ที่เป็นเหมือนดั่งหัวใจหลักสำคัญของการทำงานในเครื่องมือ Chatbot AI ตัวนี้

ความสามารถหลักของ Google Bard ที่ผู้ใช้ควรรู้

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Bard คือชื่อเดิมของ Chatbot จากทาง Google ส่วน Gemini คือชื่อใหม่หลังรีแบรนด์ในปี 2024 พร้อมอัปเกรดโมเดลมาเป็นตระกูล Gemini ที่ฉลาดและรองรับหลายสื่อได้มากขึ้น ดังนั้นถ้าพูดถึงความสามารถหลักของ Google Bard ในตอนนี้ ให้มองว่าเป็นความสามารถของ Gemini ก็ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

  1. การค้นหา และตอบแบบคุยรู้เรื่อง สรุปใจความ พร้อมให้แหล่งอ้างอิงข้อมูลที่ตรวจสอบได้
  2. ความสามารถในการดึง / สรุปข้อมูลจาก Google ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Docs, Drive ได้
  3. เข้าใจหลายสื่อได้มากขึ้น ทั้งการอธิบายแบบภาพ สรุปวิดีโอ รับคำสั่งโดยการใช้เสียงพูด
  4. จัดการข้อมูลก้อนใหญ่ได้ดีมากขึ้น ทำให้เหมาะกับการงานค้นคว้าและโปรเจคระยะยาว

แล้ว Google Bard ต่างจาก ChatGPT ยังไง?

เมื่อพูดถึงจุดนี้แล้ว หลายคนคงสงสัยว่าแล้ว Chatbot อย่าง Google Bard ที่ทาง Google พัฒนามา กับ ChatGPT ที่ทาง Open AI พัฒนามาแล้วเป็นที่รู้จักและใช้งานอย่างแพร่หลายนั้นแตกต่างกันอย่างไร ถ้าสรุปด้านการใช้งาน สามารถเข้าใจได้แบบง่าย ๆ ตามตารางด้านล่างนี้

แล้ว Google Bard ต่างจาก ChatGPT ยังไง?

ถ้าให้พูดเข้าใจง่าย ๆ Google Bard นั่นเหมาะกับงานที่ต้องการข้อมูลและเชื่อมต่อกับบริการต่าง ๆ ของ Google ส่วนในของ ChatGPT จะเด่นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การเขียนโค้ด ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน ดังนั้นถ้าใครที่อยากได้ข้อมูลแบบแน่น ๆ และละเอียดจาก Google ควรเลือก Bard ส่วนถ้าใครอยากได้ผู้ช่วยสายครีเอตและคิดวิเคราะห์ได้ลึก ๆ ChatGPT จะตอบโจทย์กว่า

ตัวอย่างการใช้งานของ Google Bard

ตัวอย่างการใช้งานของ Google Bard

สิ่งที่ทำให้ Google Bard น่าสนใจเลยคือ ความสามารถในการดึงข้อมูลจาก Google มาช่วยได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนคอนเทนต์ การทำ SEO หรือการสรุปข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจุดแข็งนี้เองที่ทำให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่นำมาใช้นั้นมีความถูกต้อง และอัปเดตจาก Google อยู่เสมอ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การทำงานที่ต้องพึ่งพาข้อมูล เช่น การสร้างบทความประกอบการทำ SEO หรือการวิเคราะห์คีย์เวิร์ด (Keyword) ตรงจุดและตอบโจทย์ได้มากขึ้น

  1. การนำมาใช้สร้างบทความประกอบการทำ SEO
    หากคุณต้องการให้ Google Bard (หรือ Gemini) ช่วยคิดไอเดียสำหรับการทำ SEO เช่น การตั้ง Title / หัวข้อที่น่าสนใจ / Keyword ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใส่คำสั่งตัวอย่างดังนี้
    Please only reply in Thai. Give 10 SEO title examples for the keyword “[XXXX]”
    *** โดยที่ [XXXX] คือคีย์เวิร์ดหรือหัวข้อที่คุณต้องการให้ Bard สร้างตัวอย่างหัวข้อ SEO ให้
    เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว หากต้องการให้ Bard ช่วยเรียบเรียงโครงสร้างบทความเพิ่มเติม เช่น สร้าง H1, H2, H3 หรือคำถามที่ผู้คนมักค้นหา ก็สามารถใส่คำสั่งต่อได้ เช่น
    List create the H1, generate 5 H2 headers, each with 3 H3 subheadings and 5 frequently asked questions when people search for “[XXXX]” on Google.
    *** [XXXX] คือคีย์เวิร์ดหรือหัวข้อที่คุณสนใจ / ตัวเลข (เช่น 5 H2, 3 H3) สามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามความต้องการของคุณ
    ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้คุณได้ทั้งไอเดียหัวข้อ SEO และโครงร่างบทความได้ในเวลาอันสั้น สะดวกสำหรับคนที่ต้องการสร้างคอนเทนต์คุณภาพเพื่อตอบโจทย์การทำ SEO ได้ให้ตรงจุดกับ Google
  2. ช่วยค้นหา Backlink ให้กับเว็บไซต์ที่ทำ SEO
    การสร้าง Backlink ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการทำ SEO เพราะมันช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ง่ายขึ้น ซึ่งในจุดนี้คุณสามารถใช้ Google Bard มาช่วยหาช่องทางได้ด้วยเช่นกัน โดยผ่านคำสั่ง (Prompt) ดังนี้
    Find me a list of 10 websites that accept guest posting in the marketing niche, that would be relevant for guest posting for https://www.thaitopseo.co.th/
    โดยคุณสามารถเปลี่ยน URL ของเว็บไซต์ เป็นของคุณเองได้ตามที่ต้องการ เพื่อให้ Bard แนะนำเว็บไซต์ที่เหมาะกับการทำ Guest Posting ในสายงานหรือธุรกิจของคุณเอง
  3. ตรวจสอบคำตอบและแหล่งที่มาของข้อมูลได้
    นอกจากความสามารถในการดึงข้อมูลจากทาง Google แล้ว Bard ยังมีฟีเจอร์ “Google it” ที่มาช่วยตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ (ในตอนนี้รองรับได้แค่ภาษาอังกฤษ) เพียงกดไอคอน “G” หรือ “Double-check a response” ระบบจะเช็กว่าคำตอบมีข้อมูลบนเว็บไซต์มาสนับสนุนหรือไม่ ถ้ามีจะแสดงข้อความไฮไลท์เป็น สีเขียว ให้คลิกดูรายละเอียดได้ แต่ถ้าไม่มีข้อมูลจากเว็บไซต์ใดเลยจะแสดงเป็น สีส้ม ชัดเจน เพื่อบ่งบอกว่าข้อมูลหรือคำตอบในส่วนนี้ยังไม่ถูกต้องหรือขาดการอ้างอิงที่ชัดเจน

บทสรุป

สรุปสั้น ๆ Google Bard คือเครื่องมือ AI ในรูปแบบ Chatbot ที่ถูกสร้างมาเพื่อให้การค้นหาข้อมูลง่ายและสะดวกกว่าการค้นหาแบบเดิม ๆ หรือถ้าพูดให้ง่ายกว่านี้ก็คือ Bard เป็นเวอร์ชั่นเริ่มต้น ก่อนที่จะถูกพัฒนาต่อยอดและรีแบรนด์มาเป็น Gemini ซึ่งเป็นชื่อที่เราใช้งานกันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้

แม้ Google Bard จะมีจุดเด่นในเรื่องของการดึงข้อมูลจาก Google แต่ก็เหมือนเครื่องมือ AI ทุกตัวที่ย่อมมีข้อจำกัดของมันอยู่ การเลือกใช้เครื่องมือจึงควรมองจุดประสงค์ที่ต้องการใช้งานด้วย เช่น ถ้าต้องการข้อมูลสดใหม่หรือสรุปกระชับ Bard หรือ Gemini ก็จะตอบโจทย์ได้อีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าอยากได้ด้านการสร้างสรรค์หรือทำงานซับซ้อน ก็อาจจะต้องเลือกพิจารณาเครื่องมือ AI ตัวอื่น อย่าง ChatGPT หรือ Perplexity AI มาควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้การใช้งานเป็นไปได้อย่างราบรื่นและตอบโจทย์ที่สุด

©2026Thai Top SEO Co., Ltd. สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อหาไปใช้เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต
Search
Categories